Matichon
BEDO x LACO ขับเคลื่อนยกระดับผลิตภัณฑ์จากความหลากหลายทางชีวภาพด้วย GI สู่ตลาดโลก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ภายใต้นโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (BEDO) ร่วมมือกับบริษัท ลานนาอุตสาหกรรมเกษตร จำกัด (LACO) และบริษัท ลาโก้ อินโนเทค จำกัด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด Green Economy
Key facts
- โครงการคาดว่าจะสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่แม่ขะจานประมาณ 500 ราย ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 8,000 ไร่ และสร้างมูลค่าผลผลิตในพื้นที่ประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี
- ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งผลักดัน “ถั่วแระญี่ปุ่น จังหวัดเชียงราย”
- สู่สินค้าอัตลักษณ์มูลค่าสูงผ่านการขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยต่อยอดจากศักยภาพของพื้นที่ ทั้งภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลผลิต พร้อมผลักดัน GI Twinning Project ผ่านแนวคิด GI x GI
- ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO กล่าวว่า ความร่วมมือกับ LACO ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างต้นแบบการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล ตั้งแต่การวิจัย การยกระดับมาตรฐานการผลิต การประยุกต์ใช้นวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร
Summary
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งผลักดัน “ถั่วแระญี่ปุ่น จังหวัดเชียงราย”
และก่อให้เกิดอัตลักษณ์ของถั่วแระญี่ปุ่น นำไปสู่สินค้า GI และเป็นการตอกย้ำความร่วมมือระหว่าง BEDO กับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนผ่านการคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา
โครงการคาดว่าจะสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่แม่ขะจานประมาณ 500 ราย ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 8,000 ไร่ และสร้างมูลค่าผลผลิตในพื้นที่ประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี สะท้อนศักยภาพของถั่วแระญี่ปุ่นจากพื้นที่แม่ขะจานในฐานะพืชเศรษฐกิจที่สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และสอดรับกับความต้องการอาหารเพื่อสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก