The Standard
กระทรวงการต่างประเทศจับมือคณะทูต-เครือข่ายไพรด์ ผลักดัน ‘Bangkok WorldPride 2030’ ครั้งแรกในเอเชีย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสารนิเทศ เข้าร่วมกิจกรรม ‘On the Road to Bangkok WorldPride 2030: Connecting the Diplomatic Community with Pride Networks’ ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ซึ่ง กระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมสนับสนุน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างคณะทูตต่างประเทศในประเทศไทยกับเครือข่ายไพรด์
Key facts
- เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสารนิเทศ เข้าร่วมกิจกรรม ‘On the Road to Bangkok WorldPride 2030: Connecting the Diplomatic Community with Pride Networks’ ณ โรงแรมดุสิตธานี
- พร้อมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ และได้ใช้โอกาสนี้กล่าวสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Bangkok WorldPride 2030 ของประเทศไทย ร่วมกับ พัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.ศุภวรรณ
- ปัจจุบันประเทศไทย โดยองค์กรนฤมิตไพรด์ ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัด Bangkok WorldPride 2030 โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่าย Pride City Network ประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างกว้างขวาง
- รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสารนิเทศกล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค รวมถึงการคุ้มครองสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้
Summary
ดูภาพข่าว
พร้อมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ และได้ใช้โอกาสนี้กล่าวสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Bangkok WorldPride 2030 ของประเทศไทย ร่วมกับ พัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) โดยมีเอกอัครราชทูตต่างประเทศ ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ต่างประเทศในประเทศไทย ผู้แทนเครือข่ายไพรด์ของไทย และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงานด้วย
รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสารนิเทศกล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค รวมถึงการคุ้มครองสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ และยังมีบทบาทสร้างสรรค์ในการผลักดันประเด็นสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศในกรอบพหุภาคี อาทิ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Council) Equal Rights Coalition ตลอดจนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 5