Kaohoon
BOI โชว์ยอดลงทุน EV แตะ 1.37 แสนล. หนุน 10 ค่ายดันซัพพลายเชนโลก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) เปิดเผยว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2569 บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แล้วทั้งสิ้น 198 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 137,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ ไปจนถึงสถานีชาร์จไฟฟ้าและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) เปิดเผยว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2569 บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
- นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในกลุ่มแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery & ESS) มูลค่า 33,500 ล้านบาท จำนวน 57 โครงการ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับ EV เช่น มอเตอร์ขับเคลื่อน ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ และระบบควบคุมพลังงาน มูลค่า 12,500
- ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บีโอไอจัดกิจกรรมดังกล่าวแล้ว 18 ครั้ง เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 1,200 คู่ ครอบคลุมผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยที่มีศักยภาพกว่า 800 ราย และคาดว่าจะสร้างมูลค่าการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศกว่า 60,000 ล้านบาท
- นายนฤตม์ กล่าวถ้อยแถลงระหว่างเป็นประธานเปิดงาน International Electric Vehicle Technology Conference and Exhibition (iEVTech) 2026 ซึ่งจัดโดย สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ภายใต้แนวคิด “Driving Thailand’s EV Future: Powering a Competitive &
Summary
นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในกลุ่มแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery & ESS) มูลค่า 33,500 ล้านบาท จำนวน 57 โครงการ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับ EV เช่น มอเตอร์ขับเคลื่อน ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ และระบบควบคุมพลังงาน มูลค่า 12,500 ล้านบาท จำนวน 49 โครงการ รวมถึงกลุ่มสถานีชาร์จและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ มูลค่า 9,788 ล้านบาท จำนวน 42 โครงการ ซึ่งจะมีการติดตั้งหัวชาร์จทั่วประเทศกว่า 22,900 หัว ในจำนวนนี้เป็นหัวชาร์จเร็วกว่า 10,000 หัว
ทั้งนี้ การลงทุนแบ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) มูลค่า 39,500 ล้านบาท จำนวน 18 โครงการ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV) มูลค่า 29,900 ล้านบาท จำนวน 7 โครงการ กลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มูลค่า 9,429 ล้านบาท จำนวน 7 โครงการ และกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่น อาทิ รถโดยสารไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 3,100 ล้านบาท จำนวน 18 โครงการ
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บีโอไอจัดกิจกรรมดังกล่าวแล้ว 18 ครั้ง เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 1,200 คู่ ครอบคลุมผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยที่มีศักยภาพกว่า 800 ราย และคาดว่าจะสร้างมูลค่าการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศกว่า 60,000 ล้านบาท