Kaohoon
“ศุภจี” ลุยราชบุรี ดันล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม เชื่อมตลาด–ต่อยอด Zero Waste
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 ก.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนตลาดกลางมะพร้าวน้ำหอมไทย ( Coconut Breeze) อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงาน “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” และหารือกับเกษตรกรและผู้ประกอบการถึงแนวทางบริหารจัดการผลผลิต การตลาด และการแปรรูปมะพร้าวน้ำหอม
Key facts
- นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามะพร้าวน้ำหอมอย่างเป็นระบบ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หลังจากที่ผ่านมาเกษตรกรเผชิญปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาถูกกดดันจากหลายปัจจัย
- ด้าน นายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย กล่าวว่า ล้งชุมชนเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 โดยระยะแรกมุ่งเน้นการรองรับตลาดภายในประเทศ ผ่านความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย โมเดิร์นเทรด และหน่วยงานในพื้นที่
- ในระยะเร่งด่วน กรมการค้าภายในได้เข้าไปรับซื้อผลผลิตในราคานำตลาด พร้อมประสานภาคเอกชน ทั้งสถานีบริการน้ำมัน โมเดิร์นเทรด และร้านค้าต่าง ๆ เข้ารับซื้อผลผลิตรวมกว่า 10 ล้านลูก แต่เมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดสูงถึงวันละประมาณ 2 ล้านลูก
- นายจรัญ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของล้งชุมชนคือการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกร โดยตั้งเป้ารับซื้อผลผลิตในราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิตและสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำเหลือเพียง 2–3 บาทต่อลูกดังเช่นที่ผ่านมา
Summary
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามะพร้าวน้ำหอมอย่างเป็นระบบ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หลังจากที่ผ่านมาเกษตรกรเผชิญปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาถูกกดดันจากหลายปัจจัย
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อจัดทำแผนแม่บทและรูปแบบการบริหารจัดการล้งชุมชน ให้สามารถดำเนินงานได้ด้วยตนเองในอนาคต พร้อมนำองค์ความรู้และรูปแบบการดำเนินงานไปขยายผลสู่พื้นที่อื่น โดยเฉพาะจังหวัดราชบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งล้งชุมชนเพิ่มเติมในอำเภอบางแพ ก่อนขยายสู่จังหวัดผู้ผลิตมะพร้าวน้ำหอมสำคัญทั่วประเทศ
ในระยะเร่งด่วน กรมการค้าภายในได้เข้าไปรับซื้อผลผลิตในราคานำตลาด พร้อมประสานภาคเอกชน ทั้งสถานีบริการน้ำมัน โมเดิร์นเทรด และร้านค้าต่าง ๆ เข้ารับซื้อผลผลิตรวมกว่า 10 ล้านลูก แต่เมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดสูงถึงวันละประมาณ 2 ล้านลูก มาตรการดังกล่าวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงต้องเร่งวางระบบบริหารจัดการผลผลิตทั้งห่วงโซ่ เพื่อรองรับผลผลิตในระยะยาว