Kaohoon
“เอกนิติ” เปรียบเศรษฐกิจไทย “ป่วยเป็นมะเร็ง” เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานรับโลกใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 ก.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษเวทีเสวนา “โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก” เนื่องในโอกาสครบรอบ 29 ปี สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 ก.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษเวทีเสวนา “โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก”
- วันนี้เราต้องยอมรับว่าเราป่วยเป็นมะเร็ง วันนี้ให้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวด ให้วิตามินก็ช่วยประคองได้ แต่ยาเคมีบำบัด จะรอให้ในอีก 5 เดือน 6 เดือน หรืออีกปีหนึ่งค่อยมาทำการเปลี่ยนผ่านเรื่องพลังงานหรือ ถ้าเราไม่รีบเปลี่ยนผ่าน
- โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 3 ด้าน โดยประการแรก คือ การเปลี่ยนผ่านจากโลกาภิวัตน์สู่โลกที่ให้ความสำคัญกับ Security First จากเดิมที่ภาคธุรกิจเลือกลงทุนในประเทศที่มีต้นทุนต่ำที่สุด
- นายเอกนิติ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงด้านที่ 2 คือ Green energy Transition หรือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสงครามและความขัดแย้งในหลายภูมิภาคทำให้ราคาพลังงานผันผวน
Summary
โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 3 ด้าน โดยประการแรก คือ การเปลี่ยนผ่านจากโลกาภิวัตน์สู่โลกที่ให้ความสำคัญกับ Security First จากเดิมที่ภาคธุรกิจเลือกลงทุนในประเทศที่มีต้นทุนต่ำที่สุด แต่ปัจจุบันให้ความสำคัญกับประเทศที่มีเสถียรภาพและห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงมากกว่า
“วันนี้เราต้องยอมรับว่าเราป่วยเป็นมะเร็ง วันนี้ให้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวด ให้วิตามินก็ช่วยประคองได้ แต่ยาเคมีบำบัด จะรอให้ในอีก 5 เดือน 6 เดือน หรืออีกปีหนึ่งค่อยมาทำการเปลี่ยนผ่านเรื่องพลังงานหรือ ถ้าเราไม่รีบเปลี่ยนผ่าน ไม่รีบทำตัวเองให้แข็งแรง ไม่รีบรักษาโรคที่ต้นตอ ประเทศก็จะยิ่งแย่”
นายเอกนิติ กล่าวว่า หลักการข้อแรก Target คือ การใช้นโยบายและงบประมาณอย่างตรงเป้าหมาย เพราะทรัพยากรของรัฐมีจำกัด การดำเนินมาตรการต่าง ๆ จึงต้องมุ่งช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งประชาชนรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และเอสเอ็มอี (SMEs) แทนการใช้งบประมาณแบบหว่านทั่วประเทศ พร้อมออกแบบมาตรการที่ไม่ใช่เพียงการเยียวยาระยะสั้น แต่ต้องช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถยืนได้ด้วยตัวเองในระยะยาว