Thansettakij
นมดิบล้น 183 ตัน/วัน เขย่าโคนมไทย สหกรณ์ 50 แห่งจ่อวิกฤต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สภาเกษตรกรฯ ผนึกชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ แก้วิกฤตนมดิบล้นตลาด 183 ตันต่อวัน ไม่มีที่ขาย เขย่าสหกรณ์กว่า 50 แห่งเสี่ยงล้ม ยื่น 6 ข้อเสนอ นัดเคลื่อนไหว 7 ก.ค. หากไร้มาตรการเร่งด่วน หวั่นเกษตรกรจำนวนมากต้องเลิกอาชีพ ขณะจัดสรรนมโรงเรียน ปี 69 ปิดฉาก “แมรี่ แอนแดรี่ฯ” คว้าโควตาสูงสุด
Key facts
- เสนอให้ขยายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จากเดิม 260 วัน เป็น 365 วันต่อปี และขยายสิทธิการดื่มนมจากระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อรองรับผลผลิตน้ำนมดิบในประเทศ หลังจำนวนนักเรียนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ลดลงจาก 7.95 ล้านคนในปี 2559 เหลือ 6.08 ล้านคนในปี 2569 หรือลดลงกว่า 23.6%
- การสนับสนุนการใช้และการจำหน่ายน้ำปุ๋ยชีวภาพจากนมโคสด เพื่อดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินที่ไม่มีผู้รับซื้อ ปัจจุบันมีการนำน้ำนมดิบมาแปรรูปเป็นน้ำปุ๋ยชีวภาพแล้วกว่า 8,417 ตัน คิดเป็นมูลค่าน้ำนมดิบกว่า 151.5 ล้านบาท จึงต้องการให้ภาครัฐส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อลดความเสียหายแก่เกษตรกร
- ขอให้รัฐบาลชะลอการนำเข้านมผงขาดมันเนย งวดที่ 2 ปี 2569 ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ และองค์การการค้าโลก (WTO) เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์น้ำนมดิบล้นตลาดจะคลี่คลาย และการจัดทำบันทึกข้อตกลงรับซื้อน้ำนมดิบของผู้ประกอบการจะแล้วเสร็จ
- ประการแรก คือ การเร่งระบายนมกล่อง UHT ตรานมโรงเรียนที่คงค้างสะสม หลังจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ให้ตรวจสอบคุณภาพนมกล่องประมาณ 100 ล้านกล่อง แต่เนื่องจากมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ทำให้กระบวนการแก้ปัญหาหยุดชะงัก
- การผลักดันให้มีการแก้ไขหลักเกณฑ์การแสดงฉลากผลิตภัณฑ์นม โดยแยกความแตกต่างระหว่างนมโคสดที่ผลิตจากน้ำนมดิบภายในประเทศกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนมผงนำเข้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างถูกต้อง และสร้างความเป็นธรรมแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย
- การรับซื้อน้ำนมดิบตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ปี 2568/2569 จากศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ 158 แห่ง มีปริมาณรวม 3,024.53 ตันต่อวัน แต่ผู้ประกอบการรับซื้อจริงเพียง 2,841.19 ตันต่อวัน หรือประมาณ 94% ส่งผลให้ยังมีน้ำนมดิบส่วนเกินกว่า 183 ตันต่อวัน
Summary
อุตสาหกรรมโคนมไทยเผชิญวิกฤตน้ำนมดิบล้นตลาดกว่า 183 ตันต่อวัน ส่งผลให้สหกรณ์โคนมกว่า 50 แห่งเสี่ยงขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง
อุตสาหกรรมโคนมไทย กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้สหกรณ์โคนมทั่วประเทศประสบภาวะขาดสภาพคล่อง ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้รับผลกระทบจากการรับซื้อน้ำนมดิบลดลง หลายฝ่ายหวั่นว่า หากรัฐบาลไม่เร่งออกมาตรการช่วยเหลือ อาจเกิดการเลิกอาชีพของเกษตรกรจำนวนมาก และสหกรณ์โคนมหลายแห่งอาจไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้
นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้ องค์กรสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ กำลังเผชิญวิกฤตการจำหน่ายน้ำนมดิบอย่างหนัก ส่งผลกระทบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ผู้จำหน่ายวัตถุดิบอาหารสัตว์ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ตลอดจนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง หากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ สหกรณ์โคนมกว่า 50 แห่งทั่วประเทศอาจประสบปัญหาทางการเงินจนไม่สามารถอยู่รอดได้