Nation TV
ธ.ก.ส. คิกออฟ 'สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง' วงเงิน 30,000 ล้านบาท
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตามนโยบายรัฐบาล พื้นที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี
Key facts
- นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ในพื้นที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ
- วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572)
- ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572
- นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. คณะกรรมการ ธ.ก.ส. และคณะผู้บริหาร ผู้บริหารจากกรมพัฒนาที่ดินกรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกรในพื้นที่ จำนวนกว่า 2,000 คน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ
Summary
นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ในพื้นที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ และยกระดับสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6 ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุน ชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในการเปิดตัวโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ตามมติ ครม. ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิม“เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน”
• เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสมซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด