Thairath
รทสช. ผุดไอเดีย “ฟื้นดินเสื่อม” แก้วิกฤตเกษตรไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รทสช.ยกระดับเกษตรไทย หารือฟื้นฟูคุณภาพดินเพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต ผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดโลก
Key facts
- วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มีความเห็นร่วมกันว่า วิกฤตที่แท้จริงของเกษตรกรไทยในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือ “ภาวะดินเสื่อมโทรม”
- รทสช.ยกระดับเกษตรไทย หารือฟื้นฟูคุณภาพดินเพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต ผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดโลก
- นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า เพื่อแก้ปัญหานี้พรรคจึงเตรียมนำองค์ความรู้สมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อฟื้นระบบนิเวศใต้ดิน ด้วยการกระตุ้นจุลินทรีย์ตามธรรมชาติให้กลับมาทำงาน เพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน
- นอกจากเรื่องการปรับปรุงดินแล้ว ทางพรรคยังเล็งเห็นโอกาสในกลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยยกให้ “พริก”
Summary
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มีความเห็นร่วมกันว่า วิกฤตที่แท้จริงของเกษตรกรไทยในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือ “ภาวะดินเสื่อมโทรม” จากการใช้สารเคมีต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้หน้าดินแข็งตัวและขาดความร่วนซุย จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดินลดลงอย่างรุนแรง เกษตรกรต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ได้ผลผลิตลดลง
นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า เพื่อแก้ปัญหานี้พรรคจึงเตรียมนำองค์ความรู้สมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อฟื้นระบบนิเวศใต้ดิน ด้วยการกระตุ้นจุลินทรีย์ตามธรรมชาติให้กลับมาทำงาน เพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องเกษตรกร พรรคมีแนวคิดที่จะจัดทำ “แปลงเกษตรต้นแบบ”
นอกจากเรื่องการปรับปรุงดินแล้ว ทางพรรคยังเล็งเห็นโอกาสในกลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยยกให้ “พริก” เป็นสินค้านำร่อง เนื่องจากตลาดโลกมีความต้องการพริกที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green Agriculture) ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ มอบมูลค่าเพิ่ม และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของเกษตรกรไทยในเวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ