Thai Post
ใครโง่…ใครฉลาด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้ มีพฤติกรรมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคการเมือง แบบที่เราเรียกกันว่า “ด้อม”
Key facts
- สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง
- ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ต่ำตม เป็นการถกเถียงด้วยอารมณ์ ไม่ใช่ด้วยเหตุผล ถ้าหากจะชอบก็ชอบโดยไม่ต้องหาเหตุผลหรือหลักฐานอะไรทั้งสิ้น ถ้าหากจะชังก็ชังด้วยอารมณ์ ไม่ได้ใช้เหตุผล ความชอบความชังทั้งมวลที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องอารมณ์เป็นส่วนใหญ่
- ของเขาก็พร้อมที่จะเชื่อโดยไม่ขอหลักฐานใดๆ มายืนยันข้อกล่าวหา จึงทำให้ “ด้อม”
- ที่อยู่กันคนละทีม ด่ากันอย่างเอาเป็นเอาตายแบบผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ เพราะอยู่กันคนละทีม ลืมไปว่าสังคมประชาธิปไตยที่ดีนั้น “แตกต่างได้ แต่ต้องไม่แตกแยก”
- เอ๊ะ! ดูจะเงียบแปลกๆ ตั้งแต่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี เซ็นคำสั่งเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2569 ให้ บิ๊กโล่-พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8
- ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์
Summary
สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้ มีพฤติกรรมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคการเมือง แบบที่เราเรียกกันว่า “ด้อม”
ว่า “เอาทัวร์ไปลง” ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ต่ำตม เป็นการถกเถียงด้วยอารมณ์ ไม่ใช่ด้วยเหตุผล ถ้าหากจะชอบก็ชอบโดยไม่ต้องหาเหตุผลหรือหลักฐานอะไรทั้งสิ้น ถ้าหากจะชังก็ชังด้วยอารมณ์ ไม่ได้ใช้เหตุผล ความชอบความชังทั้งมวลที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องอารมณ์เป็นส่วนใหญ่ นักการเมืองที่ใช้วาทกรรมชวนให้เชื่อ ชวนให้ชัง จะใช้ความจริงก็ได้ จะใช้ข่าวลวงก็ได้ เพราะคนที่จะเชื่อไม่ได้ขอหลักฐานเชิงประจักษ์ใดๆ ดังนั้น นักการเมืองจะด้อยค่า ด่าทอต่อว่าใครก็ได้ “ด้อม”
คนที่อยู่กันคนละทีม แทบจะคุยกันเรื่องการเมืองไม่ได้ เพราะมีจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน เพราะแต่ละทีมต่างก็เชื่อวาทกรรมของแกนนำหรือตัวตึงของทีม การที่พวกเขาเชื่อด้วยอารมณ์ โดยไม่ใช้เหตุผล เชื่อโดยไม่หาข้อมูล และไม่คิดจะหาหลักฐาน จึงถูกคนต่างทีมบอกว่าพวกเขา “ถูกครอบงำ”
ผลของการเลือกตั้งถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความฉลาดของคน ถ้าหากผลการเลือกตั้งถูกใจเรา ก็จะมองว่าประชาชนในพื้นที่นั้นฉลาด แต่ถ้าหากผลการเลือกตั้งไม่ถูกใจเรา ก็จะมองว่าประชาชนในพื้นที่นั้นโง่ ดังนั้นคู่ของความแตกแยกที่มีอยู่อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นจึงมักจะมีคำถามว่าในแต่ละคู่นั้น ฝ่ายไหนโง่กว่ากัน เมื่อเร็วๆ นี้มีการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พอผลของการเลือกตั้งออกมา มีคำถามเต็มหน้า Feed ของ Social media ว่าคนกรุงเทพฯ กับคนต่างจังหวัด “ใครฉลาดกว่ากัน”