Matichon
มุมมองนักวิชาการ วัดผลงาน 3 เดือนรัฐบาล ‘อนุทิน2’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
3 เดือนรัฐบาล – หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการประเมินผลงานรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังเข้ามาบริหารจะครบ 3 เดือนโดยนับตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 9 เมษายนที่ผ่านมา
Key facts
- 3 เดือนรัฐบาล – หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการประเมินผลงานรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังเข้ามาบริหารจะครบ 3 เดือนโดยนับตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 9 เมษายนที่ผ่านมา
- ตรีเนตร สาระพงษ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
- รัฐบาลชุดนี้เริ่มด้วยภาพความนิ่งและเสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างคณะรัฐมนตรีถูกจัดวางอย่างรวดเร็ว การแบ่งบทบาทรองนายกรัฐมนตรีค่อนข้างชัด ไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนภายในพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงต้น
- ผลงานของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาหลังการจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ในความเป็นจริงแล้วอาจไม่ใช่แค่ 3 เดือน เพราะเคยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมาก่อน และยังได้เป็นรัฐบาลต่อเนื่องมา แต่เมื่อได้มาเป็นในรอบนี้
Summary
รัฐบาลทุกชุดมักมีช่วงฮันนีมูนทางการเมือง ด้วยเหตุผลที่ว่านโยบายต้องใช้เวลา ระบบราชการต้องใช้เวลาปรับตัว และปัญหาที่สั่งสมมานานย่อมไม่อาจแก้ไขได้ในชั่วข้ามคืน เหตุผลดังกล่าวล้วนฟังดูสมเหตุสมผล แต่ในโลกของเศรษฐกิจและชีวิตประชาชน มีคำถามสำคัญกว่าคือ ประชาชนยังมีเวลารอหรือไม่ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงที่เผชิญอยู่ ชีวิตของประชาชนไม่ได้เดินตามปฏิทินการประเมินผลงานของรัฐบาล หากเดินตามรอบของค่าครองชีพ รายได้ หนี้สิน และโอกาสที่ผ่านไปในแต่ละวัน
แน่นอนว่าเมื่อสแกนไปที่ตัวนายกรัฐมนตรีถือว่าสอบผ่านในฐานะ “ผู้จัดการรัฐบาล” มากกว่า “ผู้จัดการประเทศ” สามารถคุมเกมรักษาความสมดุลการเมืองได้มากกว่าการเร่งเครื่องทางนโยบาย ไม่สามารถแปรเป็นความเร็วของผลลัพธ์ในสายตาประชาชนได้ในเชิงรูปธรรม
รัฐบาลชุดนี้เริ่มด้วยภาพความนิ่งและเสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างคณะรัฐมนตรีถูกจัดวางอย่างรวดเร็ว การแบ่งบทบาทรองนายกรัฐมนตรีค่อนข้างชัด ไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนภายในพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงต้น แต่ในอีกด้านความนิ่งทางการเมืองยังไม่สามารถแปรเป็นการเคลื่อนไหวทางด้านนโยบายที่ประชาชนสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม เว้นแต่โครงการที่อ้างการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่หลังเส้นบางๆ นั้นเนื้อแท้คือโครงการประชานิยมที่ไม่เกิดแรงเหวี่ยงทางเศรษฐกิจมากพอ