Prachachat
เครื่องสำอาง 2 แสนล้านเดือด แบรนด์จีนบุกตลาดออนไลน์ปะทะ T-Beauty
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตลาดความงามเดือด แบรนด์จีน C-Beauty เจาะวัยรุ่น-First Jobber ผ่านสื่อบันเทิงแนวตั้ง ชูจุดแข็งทุ่มเงินทำตลาดออนไลน์-โซเชียลมีเดีย-ออฟไลน์ ย้ำความน่าเชื่อถือ ราคาซื้อง่าย ปะทะ T-Beauty ตลาดใหญ่ Made in Thailand งัดยุทธศาสตร์ชูส่วนผสมสมุนไพรไทย ชิงเม็ดเงิน 2 แสนล้านบาท ศรีจันทร์ชูความเป็นไทยทุกขั้นตอน ทั้งวัตถุดิบ-บรรจุภัณฑ์ มิสทินเน้นโนว์ฮาวพัฒนาสูตร-ปรุงสารสกัด ส่งสินค้าเด็กชิงลูกค้าชาวจีนรุ่นใหม่
Key facts
- ปัจจัยเหล่านี้หนุนให้ภาพรวมตลาดความงามของไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทวิจัย Krungthai COMPASS ระบุว่า ตลาดเครื่องสำอางในภาพรวมของไทยทั้งในประเทศและส่งออกมีมูลค่าแตะระดับประมาณ 1.8 แสนล้านบาทในปี 2568 และ 2 แสนล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโต
- นอกจากนี้แบรนด์จีนยังมีศักยภาพและความพร้อมด้านการลงทุน เพราะตลาดจีนมีขนาดใหญ่ ทำให้แม้แต่แบรนด์ขนาดเล็กในจีนอาจมียอดขายขั้นต่ำประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาทแล้ว ส่วนแบรนด์ใหญ่จะมียอดขายในระดับหมื่นล้านบาทขึ้นไป
- การทำตลาดของแบรนด์จีนในบางประเทศของภูมิภาคอาเซียน แบรนด์จีนสามารถใช้งบฯ ทำการตลาดและโปรโมชั่นระดับ 2,000-3,000 ล้านบาท เพื่อเร่งชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว ในระหว่างที่ผู้เล่นท้องถิ่นปรับตัวไม่ทัน”
- นายอติโรจน์ โรจน์รัตนวลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด ผู้บริหารเชนร้านความงามมัลติแบรนด์ Beautrium กล่าวว่า ปัจจุบัน C-Beauty หรือกระแสความงามแบบจีนเข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ร่วมกับ K-Beauty
Summary
ขณะที่ T-Beauty เด่นด้านผสานประสิทธิภาพการใช้งานเข้ากับความทนต่อสภาพอากาศเขตร้อน เน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์คุมมัน กันน้ำ กันเหงื่อติดทนยาวนาน ส่วนเมกอัพของ T-Beauty จะสะท้อนเอกลักษณ์ผ่านลุก Thai Soft Glam ที่เน้นงานผิวสุขภาพดี การแต่งตาให้คมชัดและคิ้วฟูมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นลุกที่ผสมผสานความละมุนแบบเอเชียเข้ากับความโดดเด่นที่เหมาะกับโครงหน้าของคนไทย ส่งผลให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ
ปัจจัยเหล่านี้หนุนให้ภาพรวมตลาดความงามของไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทวิจัย Krungthai COMPASS ระบุว่า ตลาดเครื่องสำอางในภาพรวมของไทยทั้งในประเทศและส่งออกมีมูลค่าแตะระดับประมาณ 1.8 แสนล้านบาทในปี 2568 และ 2 แสนล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโต 13.2% และ 12.3% ตามลำดับ
นายอติโรจน์กล่าวต่อไปว่า ผู้บริโภคที่ให้ความสนใจสินค้า C-Beauty เป็นวัยทำงานอายุ 25-34 ปี เป็นหลัก ขณะที่วัยรุ่น-นักเรียนอายุ 18-24 ปีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเปิดรับสื่อจากจีน อาทิ TikTok และ Douyin มากขึ้น ทำให้สนใจเลือกซื้อสินค้าตามสื่อเหล่านี้ โดยการจับจ่ายต่อบิลไม่ต่างกันกับผู้ซื้อสินค้า T-Beauty