Prachachat
เสี่ยง ‘ถ่วงเศรษฐกิจ’ ระยะยาวเตือน ‘ยุโรป’ อย่านอนใจ ‘คลื่นความร้อน’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ปรากฏการณ์ “คลื่นความร้อน” (Heatwave) ที่กำลังเล่นงานยุโรปในรอบนี้ นับว่ารุนแรงสาหัสที่สุดและกินเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร ที่อุณหภูมิพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ โดยมีสเปนทำสถิติสูงสุดไปแล้วที่ 45.1 องศาเซลเซียส ส่งผลให้หลายประเทศในยุโรปตะวันตกและยุโรปกลางต้องประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด
Key facts
- ชาวยุโรปไม่มีทางเลือกรับมือความร้อนมากนัก เนื่องจากบ้านเรือนส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีบ้านเรือนเพียง 19% ที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ 90% ของครัวเรือนมีเครื่องปรับอากาศ อาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ
- ให้กับยุโรปอย่างสูง เพราะยุโรปมีความอ่อนแอหลายด้าน ทั้งประชากรที่กำลังแก่ชรา ขณะที่ศูนย์กลางในเมืองที่มีความหนาแน่นเต็มไปด้วยอาคารที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับมืออากาศร้อนสุดขีดในเชิงสถาปัตยกรรม อีกทั้งมีครัวเรือนเพียง 19%
- (Heatwave) ที่กำลังเล่นงานยุโรปในรอบนี้ นับว่ารุนแรงสาหัสที่สุดและกินเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร ที่อุณหภูมิพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ โดยมีสเปนทำสถิติสูงสุดไปแล้วที่ 45.1
- โรเบิร์ต มาร์กส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ชี้ว่า อุณหภูมิระหว่าง 30-40 องศาเซลเซียส จะนำไปสู่การสูญเสียผลิตภาพอย่างมาก และปั่นป่วนการทำงานของภาคก่อสร้าง เกษตรกรรม การผลิต ค้าปลีก โรงพยาบาลและเซ็กเตอร์อื่น ๆ
Summary
ชาวยุโรปไม่มีทางเลือกรับมือความร้อนมากนัก เนื่องจากบ้านเรือนส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีบ้านเรือนเพียง 19% ที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ 90% ของครัวเรือนมีเครื่องปรับอากาศ อาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ของยุโรปถูกออกแบบมาให้กักเก็บความร้อน ให้มีความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาวที่ยาวนานในแต่ละปี แต่เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป อุณหภูมิสูงขึ้น สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้กลายเป็นที่กักเก็บความร้อนชั้นดี ส่งผลให้การนั่งทำงานหรืออยู่อาศัยในอาคารเหล่านี้ร้อนสุดทรมาน
ทีมวิเคราะห์ของอลิอันซ์ประเมินว่า หากอุณหภูมิร้อนจัดเกิดขึ้นระหว่างปีนี้ (2026) ไปจนถึงปี 2030 จะสร้างความสูญเสียสะสมให้กับจีดีพีระหว่าง 5-7% นั่นหมายถึงฝรั่งเศสจะสูญเสียไป 2.4 แสนล้านยูโร อิตาลี 1.47 แสนล้านยูโร เยอรมนี 1.31 แสนล้านยูโร และ 1.2 แสนล้านยูโรสำหรับสเปน นอกจากนั้นการจัดเก็บภาษีก็จะลดลงเช่นกัน กรณีฝรั่งเศสคาดว่าจะเก็บภาษีได้ลดลง 1.8% เพราะต้องมีการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการดูแลสุขภาพของประชาชน ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ของยุโรปหลายประเทศแย่ลงไปอีก
ทั้งนี้หากอุณหภูมิเกิน 30 องศาเซลเซียส ความสูญเสียด้านผลิตภาพ (Productivity) จะเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หากไม่มีการปรับเปลี่ยนเพื่อป้องกันสภาวะโลกร้อน คลื่นความร้อนจะกลายเป็นตัวถ่วงในเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจระยะยาว