Post Today
'อนุทิน' ยันโกงสอบท้องถิ่นไม่ใช่เกมการเมือง โต้ 'เท้ง' ไม่เกี่ยวศึก 'สีน้ำเงิน'
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“อนุทิน” ย้ำคดีทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นการกระทำผิดของระบบราชการ โต้ “เท้ง” ไม่เกี่ยวความขัดแย้งทางการเมืองสายสีน้ำเงิน เผย 7 หน่วยงานร่วมสอบลึกถึงเส้นทางการเงิน ยืนยันใครผิดต้องถูกดำเนินคดี
Key facts
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตอบโต้ข้อสังเกตของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
- นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดตั้งความร่วมมือระหว่าง 7 หน่วยงานผ่านบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบ โดยคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าอาจเกิดการกระทำผิดลักษณะนี้ จึงวางกลไกตรวจสอบไว้รองรับตั้งแต่ต้น
- นายอนุทินกล่าวว่า การตรวจสอบไม่ได้จำกัดเพียงการหาพยานหลักฐาน แต่ขยายผลไปถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิด ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ที่อาจใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างครบถ้วน
- พร้อมย้ำว่า ปัญหาดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นการกระทำผิดที่เกิดขึ้นในกระบวนการสอบ ซึ่งรัฐบาลได้ปรับปรุงระบบการจัดสอบใหม่มาระยะหนึ่งแล้ว โดยใช้เงื่อนไขและมาตรฐานการจัดสอบที่เข้มงวดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม
Summary
ทั้งนี้ ภายหลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งอายัดต้นฉบับข้อสอบและจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลทันที ส่งผลให้สามารถเปรียบเทียบคะแนนต้นฉบับกับข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ และพบความแตกต่างที่เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตอบโต้ข้อสังเกตของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่เชื่อมโยงคดีทุจริตสอบท้องถิ่นกับความขัดแย้งภายในกลุ่มการเมือง "สีน้ำเงิน" โดยระบุว่า การตีความดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากคดีนี้เป็นเรื่องของกระบวนการสอบในระบบราชการ ซึ่งขณะนี้มี 7 หน่วยงานร่วมกันดำเนินการสืบสวนสอบสวน
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดตั้งความร่วมมือระหว่าง 7 หน่วยงานผ่านบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบ โดยคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าอาจเกิดการกระทำผิดลักษณะนี้ จึงวางกลไกตรวจสอบไว้รองรับตั้งแต่ต้น