← Back to KHAO

ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จนำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่ทั้งโครงสร้างครั้งแรกในไทย ลดเวลาและเพิ่มคุณค่าทรัพยากรตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

กรุงเทพฯ, 3 กรกฎาคม 2569 – ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ทั้งโครงสร้าง (Total Wellhead Platform Reuse) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย  ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินงาน ลดต้นทุน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัท

Key facts

Summary

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ในการผลิตปิโตรเลียม เมื่อทรัพยากรปิโตรเลียมในแต่ละแหล่งสิ้นสุด แท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (Wellhead Platform) ซึ่งใช้ในการผลิตปิโตรเลียม หากยังมีสภาพที่แข็งแรงและมีความปลอดภัย สามารถนำกลับมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อีกครั้ง ปตท.สผ. จึงได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ในการดำเนินงาน โดยผสานกับวิศวกรรมการก่อสร้างและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3,270 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อแท่น จากการลดการใช้เหล็ก และอุปกรณ์การผลิตต่าง ๆ  นอกจากนี้ ในการรื้อถอนและเคลื่อนย้ายครั้งนี้ ปตท.สผ. ได้นำวิศวกรรมการก่อสร้างสมัยใหม่มาใช้ โดยเคลื่อนย้ายขาแท่นด้วยการลากจูงในน้ำ (Wet Tow) เพื่อนำไปติดตั้งในพื้นที่ใหม่ ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงาน พร้อมกับลดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลต่าง ๆ ที่เกาะอาศัยอยู่บริเวณขาแท่น

“ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในการดำเนินงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมอย่างเป็นรูปธรรม โดยนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมกลับมาใช้งานใหม่ได้ทั้งโครงสร้าง ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดระยะเวลาการดำเนินงาน ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ทำให้เกิดคุณค่าในหลายมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน และสิ่งแวดล้อมพร้อม ๆ กัน” นายมนตรี กล่าว

Read full article at Matichon →