Matichon
พชร ชี้ปฏิรูปงบต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ตัดรายจ่ายบุคลากร เสนอจัดสรร ตอบโจทย์รากฐาน 5 ด้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
พชร ชี้ปฏิรูปงบประมาณต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ตัดรายจ่ายบุคลากร – เสนอจัดสรรตอบโจทย์รากฐาน 5 ด้าน
Key facts
- ยิ่งไปกว่านั้น ภาระภาษียังกระจุกตัว ผู้มีเงินได้สุทธิเกิน 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งมีเพียงราว 4 แสนคน หรือ 8.44% ของผู้เสียภาษี กลับจ่ายภาษีถึง 72.8% ของมูลค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งหมด ขณะที่แรงงานนอกระบบเกือบ 21
- อีกประเด็นจากรายงานของสำนักงบประมาณของรัฐสภาเช่นเดียวกัน การพยากรณ์รายได้ภาครัฐ 5 ปี ฉบับเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งคาดว่ารายได้จัดเก็บรวมจะเพิ่มจาก 3,507,479 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2569 เป็น 3,844,934 ล้านบาทในปี 2573 ตัวเลขดูเหมือนโตขึ้น
- พชร ชี้ปฏิรูปงบประมาณต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ตัดรายจ่ายบุคลากร – เสนอจัดสรรตอบโจทย์รากฐาน 5 ด้าน
- ผลของฐานภาษีที่แคบยังสะท้อนผ่านความไม่เป็นธรรมอีกชั้นหนึ่ง คือรัฐต้องหันไปพึ่งภาษีทางอ้อมซึ่งมีลักษณะถดถอย โดยข้อมูลปีภาษี 2567 ระบุว่าไทยพึ่งพาภาษีทางอ้อมถึง 50.28% ของรายได้ภาครัฐ ขณะที่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคิดเป็นเพียง 12.58%
- ปฏิรูปงบ – นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต. (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) กล่าวถึงประเด็นการผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีในวาระรับหลักการว่า
- ขอชวนคิดอย่างนี้ว่า ก่อนจะสรุปว่ารายจ่ายบุคลากรภาครัฐสูงเกิน ต้องดูอีกด้านของปัญหาก่อน นั่นคือรายได้ของรัฐ ข้อมูลจากบทความวิชาการของสำนักงบประมาณของรัฐสภา ชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน ว่า ประเทศไทยมีกำลังแรงงานราว 40.53 ล้านคน
Summary
ปฏิรูปงบ – นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต. (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) กล่าวถึงประเด็นการผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีในวาระรับหลักการว่า เป็นประจำทุกปีและเป็นวัตรปฏิบัติสำคัญของฝ่ายประจำและฝ่ายบริหารที่จะต้องเสนอกรอบการตั้งขอใช้งบประมาณเพื่อปรับปรุงและพัฒนาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เป็นเครื่องมือที่จะเข้าไปช่วยทั้งทางตรงและอ้อมของตัวชี้วัดของ GDP ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการลงทุน หรือส่งออก
สิ่งสำคัญที่มองเห็นจากการเปิดประเด็นและการถกเถียงที่สำคัญเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาพบว่า จำเลยของงบประมาณตกอยู่กับรายจ่ายบุคลากรภาครัฐมีเสียงเรียกร้องให้ลดจำนวน ปรับปรุงสวัสดิการข้าราชการ หรืออื่นใด ซึ่งก็เป็นฐานคิดอย่างหนึ่งในการปฏิรูปและปรับปรุงให้มีความเหมาะแก่ขนาดและสภาพการณ์ แต่อีกมุมหนึ่งที่ต่างออกไป การปฏิรูปงบประมาณเพื่อหวังให้สร้างรายจ่ายการลงทุนที่มากขึ้นผ่านการมุ่งแต่จะตัดรายจ่ายบุคลากรเป็นสำคัญ ไม่ใช่หลักคิดที่ถูกต้องมากนัก
ขอชวนคิดอย่างนี้ว่า ก่อนจะสรุปว่ารายจ่ายบุคลากรภาครัฐสูงเกิน ต้องดูอีกด้านของปัญหาก่อน นั่นคือรายได้ของรัฐ ข้อมูลจากบทความวิชาการของสำนักงบประมาณของรัฐสภา ชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน ว่า ประเทศไทยมีกำลังแรงงานราว 40.53 ล้านคน แต่มีผู้ยื่นแบบภาษีเพียง 11.88 ล้านคน และเมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว มีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจริงเพียง 4.73 ล้านคน หรือประมาณ 11.67% ของกำลังแรงงานเท่านั้น