Prachachat
กยท.หนุนราวกันชนยางพารา ลดนำเข้า-เพิ่มใช้ยางในประเทศ 21 ตันต่อกิโลเมตร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กยท.สนับสนุนทุนวิจัยกว่า 14.6 ล้านบาท ผลักดันนวัตกรรม “ราวกันชนลูกกลิ้งยางพารา” สู่การใช้งานจริง ช่วยดูดซับแรงกระแทก ลดความรุนแรงอุบัติเหตุบริเวณทางโค้งและจุดเสี่ยง พร้อมลดพึ่งพาอุปกรณ์นำเข้า ประหยัดต้นทุนไม่น้อยกว่า 10,000 บาทต่อระยะราวกันชน 1 เมตร และเพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศประมาณ 21 ตันต่อระยะราวกันชน 1 กิโลเมตร
Key facts
- กยท.สนับสนุนทุนวิจัยกว่า 14.6 ล้านบาท ผลักดันนวัตกรรม “ราวกันชนลูกกลิ้งยางพารา”
- นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ได้สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49 (4) วงเงินรวมกว่า 14.6 ล้านบาท ให้แก่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตั้งแต่ปีงบประมาณ
- นายโกศลกล่าวเพิ่มเติมว่า กยท.มุ่งหวังว่าการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ใช้ยางพาราในประเทศต่อยอดเชิงพาณิชย์ จะช่วยเพิ่มมูลค่ายาง สร้างรายได้ให้เกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม และสร้างรายได้เข้าประเทศถึง 700,000 ล้านบาท
- สู่การใช้งานจริง ช่วยดูดซับแรงกระแทก ลดความรุนแรงอุบัติเหตุบริเวณทางโค้งและจุดเสี่ยง พร้อมลดพึ่งพาอุปกรณ์นำเข้า ประหยัดต้นทุนไม่น้อยกว่า 10,000 บาทต่อระยะราวกันชน 1 เมตร และเพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศประมาณ 21 ตันต่อระยะราวกันชน 1 กิโลเมตร
- ปัจจุบันอุปกรณ์ลักษณะดังกล่าวเดิมใช้ยาง EVA ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาทต่อระยะทางราวกันชน 1 เมตร แต่หากใช้ยางธรรมชาติในประเทศจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยกว่า 10,000 บาทต่อเมตร และเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศได้ประมาณ 21
- นายโกศลกล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าอย่างชัดเจน โดยสามารถผลิตลูกกลิ้งจำนวนมาก พร้อมจัดเตรียมชุดราวและเสาเหล็กสำหรับติดตั้ง ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในห้องปฏิบัติการ และเริ่มทดสอบการชนภาคสนามจริง โดยประยุกต์ใช้แนวทางมาตรฐาน MASH 2016
Summary
### แชร์
นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ได้สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49 (4) วงเงินรวมกว่า 14.6 ล้านบาท ให้แก่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565-2568 เพื่อพัฒนา “ราวกันชนชนิดลูกกลิ้งยางพาราต้นแบบ” หรือ Rolling Guard Barrier สำหรับกันกระแทกบริเวณทางโค้งถนนทางหลวง จนสามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมยางที่นำไปใช้งานจริงได้
ปัจจุบันอุปกรณ์ลักษณะดังกล่าวเดิมใช้ยาง EVA ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาทต่อระยะทางราวกันชน 1 เมตร แต่หากใช้ยางธรรมชาติในประเทศจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยกว่า 10,000 บาทต่อเมตร และเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศได้ประมาณ 21 ตันต่อระยะราวกันชน 1 กิโลเมตร