Prachachat
เตือนซัพพลายเชนเร่งสปีดรับ Net Zero
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
เกมการค้าโลกเริ่มบีบลดคาร์บอนเป็นศูนย์ รับ CBAM มีผล ส.อ.ท.ชี้บริษัทใหญ่ “โตโยต้า-เดลต้า-ไทยเม็ททอล” ประกาศ Corporate Policy-Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี เข้มลดจริง ไม่รับคาร์บอนเครดิต เตือนคู่ค้า-เอสเอ็มอีทั้งห่วงโซ่อุปทานปรับตัวด่วน ไม่งั้นถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เร่งรัฐออก พ.ร.บ. Climate Change ดันไฟฟ้าสีเขียว
Key facts
- ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาคอุตสาหกรรมไทย สินค้าที่ได้รับผลกระทบจาก CBAM มากที่สุดของไทยคือ กลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียม โดยเหล็กมีมูลค่าส่งออกไปยุโรปมากกว่าหมื่นล้านบาท ส่วนอะลูมิเนียมมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
- ความท้าทายสำคัญคือ โครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของไทยยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก โดยกว่า 50-60% มาจากก๊าซธรรมชาติ ขณะที่พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนเพียง 15% เป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 80-100%
- ที่สำคัญ Toyota ประกาศแนวทาง No Offset ภายในปี 2035 ซึ่งหมายความว่าจะไม่อนุญาตให้ใช้คาร์บอนเครดิตหรือ I-REC มาเป็นเครื่องมือชดเชยการปล่อยคาร์บอนอีกต่อไป แต่ต้องลดการปล่อยจริงจากกระบวนการผลิต สร้างแรงกดดันอย่างมากต่อผู้ประกอบการไทย
- เมื่อคู่ค้ามีนโยบายแบบนั้น ก็ถือว่าโหดอยู่ อย่าง Tier 1 ของ Toyota ก็คือ Denso เขาต้องทำเพราะแม่สั่ง แต่โดยรวมแล้วที่ผ่านมาส่วนใหญ่เขาก็จะเข้ามาช่วยเพื่อให้ทุกฝ่ายเดินไปพร้อม ๆ กัน เขาก็ไม่ต้องการให้เราตกขบวนหรือตามเขาไม่ทัน
Summary
อย่างไรก็ตามแม้ CBAM จะเป็นประเด็นสำคัญ แต่สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมไทยโดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนที่อยู่ใน Tier 2, 3 และ 4 ต้องจับตาไม่แพ้กันคือ Corporate Policy หรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทข้ามชาติ โดยบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ อย่างโตโยต้า, เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์, ไทยเม็ททอล อลูมิเนียม เริ่มปรับแผนเร็วขึ้น
นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”
แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะยังไม่มีความชัดเจน แต่ในอนาคตอาจเป็นหนึ่งในมาตรการที่เกิดขึ้น และด้วยหลักการของ CBAM คือการกำหนดต้นทุนคาร์บอนให้กับสินค้านำเข้า โดยพิจารณาจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในกระบวนการผลิตสินค้า ยิ่งสินค้ามีคาร์บอนสูงผู้ส่งออกก็จะต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น