Siam Blockchain
JPMorgan เตือนนโยบายขาย Bitcoin ของ Strategy เพิ่มความเสี่ยงและสร้างความผันผวนให้ตลาดคริปโต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วาณิชธนกิจ JPMorgan ชี้ว่านโยบายใหม่ของ Strategy ที่เปิดทางให้สามารถนำ Bitcoin ออกมาขายเพื่อจ่ายเงินปันผลเป็นการสร้างความไม่แน่นอนและเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
Key facts
- วาณิชธนกิจ JPMorgan ชี้ว่านโยบายใหม่ของ Strategy ที่เปิดทางให้สามารถนำ Bitcoin ออกมาขายเพื่อจ่ายเงินปันผลเป็นการสร้างความไม่แน่นอนและเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
- ทีมนักวิเคราะห์แนะนำว่าบริษัทควรเพิ่มสัดส่วนเงินสดสำรองให้ครอบคลุมภาระผูกพันระยะยาว 24 ถึง 36 เดือนผ่านการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อลบภาพจำที่ว่าอาจจะต้องเทขายสินทรัพย์ออกมาเพื่อหมุนเวียนสภาพคล่อง
- การที่บริษัทผู้ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้สร้างความกังวลต่อสภาพคล่องในกระดานเทรดท่ามกลางสภาวะที่เม็ดเงินจากกองทุน ETF เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างหนัก
Summary
เนื่องจากท่าทีที่เปลี่ยนไปของวาฬระดับองค์กรที่เปิดช่องให้มีการเทขายสินทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่องจะทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุนและเพิ่มแรงกดดันด้านอุปทานให้กับตลาด
รายงานล่าสุดจาก JPMorgan ได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่กำลังก่อตัวขึ้นในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี หลังจากที่บริษัท Strategy ได้ประกาศนโยบายใหม่ที่อนุญาตให้สามารถเทขาย Bitcoin บางส่วนออกมาเพื่อนำไปจ่ายเป็นเงินปันผลสำหรับหุ้นบุริมสิทธิและนำไปใช้ในโครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่งนโยบายดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงแบบสองทางที่ส่งผลให้ตลาดต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น
ปัจจุบัน Strategy ได้กำหนดเป้าหมายการสำรองเงินสดขั้นต่ำไว้ให้เพียงพอต่อการจ่ายเงินปันผลและดอกเบี้ยเป็นเวลา 12 เดือน โดยตัวเลขเงินสำรองล่าสุดอยู่ที่ 2.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งสามารถครอบคลุมภาระผูกพันได้ประมาณ 17 เดือน อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิเคราะห์ของ JPMorgan มองว่าตัวเลขนี้ยังไม่ปลอดภัยพอ และบริษัทควรขยายฐานเงินสำรองให้ครอบคลุมถึง 24 ถึง 36 เดือนด้วยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน แม้ว่าอาจจะต้องยอมให้หุ้นสามัญซื้อขายกันในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ หรือ NAV ก็ตาม