BeInCrypto Thailand
ใครเป็นเจ้าของสินทรัพย์โทเคนจริง? IMF ต้องการคำตอบ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าสินทรัพย์ที่ถูกทำเป็นโทเคนจะยังคงเป็นเพียงส่วนขอบของตลาด ตราบใดที่ตลาดยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับใครเป็นเจ้าของอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และจุดที่การชำระบัญชีถือเป็นที่สิ้นสุด
Key facts
- งานวิจัยล่าสุดของ BeInCrypto ชี้ให้เห็นสาเหตุ โดยทำแผนที่ตลาดมูลค่า 60 พันล้าน USD ซึ่งแยกส่วนภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่หลากหลาย และปิดกั้นนักลงทุนรายย่อยในสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่
- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าสินทรัพย์ที่ถูกทำเป็นโทเคนจะยังคงเป็นเพียงส่วนขอบของตลาด ตราบใดที่ตลาดยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับใครเป็นเจ้าของอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และจุดที่การชำระบัญชีถือเป็นที่สิ้นสุด
- เหตุใดความชัดเจนทางกฎหมายจึงมีความสำคัญต่ออนาคตของการทำโทเคน ตามมุมมองของ IMF
- มีเพียง 1.7 พันล้าน USD ที่เปิดให้นักลงทุนรายย่อย ขณะที่นักลงทุนสหรัฐที่ได้รับการรับรองเข้าถึงได้ประมาณ 8.3 พันล้าน USD รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้ Regulation D
- การถือครองและการเข้าถึงแบ่งตลาดออกจากกัน
- ตลาดแบ่งออกเป็นหลายตลาดย่อยที่ดำเนินกันอย่างขนานกัน ไม่ใช่ตลาดเดียว ระเบียบกฎหมาย ภูมิศาสตร์ และสถานะของนักลงทุนแต่ละฝ่ายต่างเป็นตัวแบ่งแยก ประมาณ 97% ของ มูลค่า นี้ไม่สามารถเข้าถึงได้สำหรับนักลงทุนรายย่อยจากสหรัฐอเมริกา
Summary
Tobias Adrian ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและตลาดทุนของ IMF ได้เน้นย้ำว่าการทำโทเคนไม่ใช่แค่การอัปเกรดเทคโนโลยีเท่านั้น และเขายังชี้ว่า มันเปลี่ยนโครงสร้าง ของระบบการเงินโดยตรง
งานวิจัยล่าสุดของ BeInCrypto ชี้ให้เห็นสาเหตุ โดยทำแผนที่ตลาดมูลค่า 60 พันล้าน USD ซึ่งแยกส่วนภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่หลากหลาย และปิดกั้นนักลงทุนรายย่อยในสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่
ความชัดเจนทางกฎหมายเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิดนี้ ซึ่ง Adrian ได้กล่าวว่ากติกาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการถือครองกรรมสิทธิ์, การชำระบัญชี และขอบเขตการบังคับใช้ของกฎหมาย จะเป็นตัวตัดสินว่าการทำโทเคนจะกลายมาเป็นศูนย์กลางของการเงิน หรือจะยังอยู่แค่ขอบตลาดต่อไป