The Standard
ทำไม ‘ไครเมีย’ กล่องดวงใจปูติน อาจเป็นจุดเปลี่ยนในสงครามรัสเซีย-ยูเครน 2026
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
คาบสมุทรไครเมียกำลังถูกจับตามองว่า อาจเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามรัสเซีย-ยูเครน หลังยูเครนปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ หันมาใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีระยะไกล ถล่มโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางลำเลียงหลักของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มส่งผลกระทบต่อศักยภาพทางการทหารและชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Key facts
- การผนวกไครเมียคือชัยชนะที่สร้างปูติน: แม้สหภาพโซเวียตจะโอนการปกครองไครเมียให้สาธารณรัฐยูเครนในปี 1954 แต่หลังการล่มสลายในปี 1991 รัสเซียยังคงเช่าฐานทัพเรือที่เมืองเซวาสโทพอลต่อไป เพราะมองว่า เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ไม่อาจสูญเสียได้
- วาทกรรมประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และชาตินิยม: ไครเมียเปรียบเสมือน ‘อัญมณีล้ำค่า’ ของปูติน เพราะมีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ยุทธศาสตร์ และการเมืองภายในประเทศ
- ไครเมียคือศูนย์กลางการทำสงครามของรัสเซีย: นอกจากความหมายเชิงสัญลักษณ์แล้ว ไครเมียยังเป็นฐานทัพสำคัญที่รัสเซียใช้ส่งกำลังพล อาวุธ และเชื้อเพลิงเข้าสู่แนวรบทางตอนใต้และตะวันออกของยูเครน
- คาบสมุทรไครเมียกำลังถูกจับตามองว่า อาจเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามรัสเซีย-ยูเครน หลังยูเครนปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ หันมาใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีระยะไกล ถล่มโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางลำเลียงหลักของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง
- ไครเมียสำคัญต่อรัสเซียอย่างไร ทำไมยูเครนถึงเล็งเป้า
- เมื่อรัสเซียผนวกไครเมียในปี 2014 ปูตินอธิบายว่า นี่คือการแก้ไขความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ พร้อมย้ำว่า ไครเมียมีความหมายอันศักดิ์สิทธิ์ต่อรัสเซีย ไม่ต่างจากนครเยรูซาเล็มสำหรับชาวยิวและชาวมุสลิม
Summary
ไครเมียสำคัญต่อรัสเซียอย่างไร ทำไมยูเครนถึงเล็งเป้า
สถานการณ์ที่บานปลายจนรัฐบาลท้องถิ่นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ทำให้ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ออกมายอมรับเป็นครั้งแรกว่า การโจมตีของยูเครนกำลังสร้างปัญหา และรัสเซียกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง ‘ในระดับหนึ่ง’ แม้จะพยายามยืนยันว่า สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตก็ตาม
แล้วเหตุใดยูเครนจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีคาบสมุทรแห่งนี้แบบกัดไม่ปล่อย และดินแดนที่เปรียบเสมือน ‘อัญมณีล้ำค่า’ มีความสำคัญต่อรัสเซียมากถึงขนาดไหน? THE STANDARD ชวนมองเบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว