Nation TV
พรรคเพื่อไทย ร่วมยินดี 105 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีน ย้ำสัมพันธ์ไทยจีน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ภูมิธรรม เวชยชัย นำทัพ พรรคเพื่อไทย ร่วมยินดี 105 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีน ย้ำเดินหน้าความร่วมมือ สัมพันธ์ไทยจีน ทุกมิติสู่ความยั่งยืน
Key facts
- 2 กรกฎาคม 2569 ภูมิธรรม เวชยชัย และ จักรพงษ์ แสงมณี นำคณะผู้แทน พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 105 ปี การก่อตั้ง พรรคคอมมิวนิสต์จีน และครบรอบ 51 ปี สัมพันธ์ไทยจีน ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อกระชับความร่วมมือระดับพรรคการเมือง
- นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตลอดเวลากว่าศตวรรษที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีบทบาทสำคัญ ในการนำพาประเทศจีนสู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตของประชาชน จนก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลก
- นายภูมิธรรม กล่าวว่า โลกในศตวรรษที่ 21 ต้องอาศัยความร่วมมือมากกว่าการเผชิญหน้า ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายด้านเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน หรือการปฏิวัติทางเทคโนโลยี
Summary
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตลอดเวลากว่าศตวรรษที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีบทบาทสำคัญ ในการนำพาประเทศจีนสู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตของประชาชน จนก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลก สำหรับความสัมพันธ์ไทย–จีน ตลอด 51 ปี ที่ผ่านมา ได้เติบโตบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความไว้วางใจ และการแสวงหาประโยชน์ร่วมกัน ความร่วมมือของทั้งสองประเทศขยายครอบคลุมทั้งด้านการทูต เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน
2 กรกฎาคม 2569 ภูมิธรรม เวชยชัย และ จักรพงษ์ แสงมณี นำคณะผู้แทน พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 105 ปี การก่อตั้ง พรรคคอมมิวนิสต์จีน และครบรอบ 51 ปี สัมพันธ์ไทยจีน ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อกระชับความร่วมมือระดับพรรคการเมือง (Party-to-Party) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และเทคโนโลยี AI ย้ำจุดยืนนโยบายต่างประเทศที่สมดุลและยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
กรอบความร่วมมือระหว่างทั้งสองพรรค จะมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ด้านการพัฒนาในสาขาที่เป็นอนาคตร่วมกัน ได้แก่ พลังงานสะอาด การท่องเที่ยว เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Information Infrastructure) เกษตรกรรมสมัยใหม่ การศึกษา การแพทย์ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ