Thairath
ราคาน้ำมันโลกขยับขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนจับตาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าการสร้างสันติภาพระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน เพื่อให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ
Key facts
- น้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 17 เซนต์ หรือ 0.24% มาอยู่ที่ 72.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียตของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 14 เซนต์ หรือ 0.20% มาอยู่ที่ 68.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
- แม้ราคาจะฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ทั้งสองสัญญายังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับลดลงเพียง 0.02% ส่วน WTI
- แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าคูเวต เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนมิถุนายนเป็น 1.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน จาก 580,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนพฤษภาคม เพื่อเร่งการส่งออกหลังสถานการณ์คลี่คลาย
- ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าการสร้างสันติภาพระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน เพื่อให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ
- ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่อย่างน้อย 5 ลำ ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียรวมประมาณ 10 ล้านบาร์เรล ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว โดยบริษัท Saudi Aramco
Summary
แม้ราคาจะฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ทั้งสองสัญญายังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับลดลงเพียง 0.02% ส่วน WTI เพิ่มขึ้น 0.12% ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายสัปดาห์ที่น้อยที่สุดในรอบหลายเดือน
ทั้งนี้ หลังมีข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลายประเทศผู้ผลิตน้ำมันเริ่มเพิ่มกำลังการผลิตและการส่งออก โดยเฉพาะเมื่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของอุปทานโลก เริ่มกลับมาเปิดใช้งานได้มากขึ้น
ทิม วอเทอเรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ KCM Trade กล่าวว่า ตลาดยังคงมีความหวังอย่างระมัดระวังว่าความพยายามสร้างสันติภาพจะดำเนินต่อไป แต่ผู้ลงทุนยังไม่มั่นใจเต็มที่ จึงรอหลักฐานที่ชัดเจนว่าความตึงเครียดในเส้นทางขนส่งพลังงานได้คลี่คลายลงจริง