Krungthep Turakij
AISC แถลงการณ์ คุมเข้มเหล็กก่อสร้างจากเตา IF ทั่วอาเซียน หวั่นกระทบความปลอดภัย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สภาเหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน (ASEAN Iron and Steel Council : AISC) ซึ่งประกอบด้วยสมาพันธ์ สมาคม และสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าจาก 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความกังวลต่อการใช้ เตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace : IF) ในการผลิตเหล็กสำหรับงานก่อสร้าง พร้อมแนบรายงานผลการศึกษาของคณะทำงาน (Task Force) ที่สรุปข้อค้นพบเชิงเทคนิคและข้อเสนอเชิงนโยบาย
Key facts
- จำกัดการใช้งาน โดยจำกัดเหล็กจาก IF ให้ใช้เฉพาะงานที่ไม่ใช่โครงสร้างหลัก (Non-critical Applications) เช่น เหล็กเกรด 250 แทนการใช้กับโครงสร้างที่ต้องการเหล็กกำลังสูง พร้อมกำหนดให้ทำเครื่องหมายแสดงกระบวนการผลิตบนเหล็กทุกเส้น เพื่อให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายได้
- ทบทวนการใช้เตา IF สำหรับผลิตเหล็กก่อสร้าง ประเมินความเหมาะสมของการใช้เทคโนโลยี IF ใหม่ โดยพิจารณาความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและตัวอย่างจากต่างประเทศ
- จัดทำแผนยุติการใช้ IF อย่างเป็นขั้นตอน กำหนดโรดแมปการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีการผลิตที่ปลอดภัยกว่า โดยใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดในช่วงเปลี่ยนผ่าน
- งานวิจัยมาเลเซียพบค่า K4 ของเหล็ก IF สูงกว่า BOF-EAF ถึง 4-5 เท่า
- ผลิตเหล็กกำหนดคุณภาพ ไม่ใช่เพียงผลทดสอบมาตรฐาน
- สิ่งเจือปนสูง ส่งผลโดยตรงต่อคุณสมบัติทางวิศวกรรม
- อาเซียนกำลังเผชิญความเสี่ยงแผ่นดินไหวมากขึ้น
- รายงานอ้างอิงผลการศึกษาที่นำเสนอในงาน ASEAN Policymaker Conference on Steel และ ASEAN Iron & Steel Forum 2025 โดย รองศาสตราจารย์ ดร. Nurulakmal จาก Universiti Sains Malaysia ผลการเปรียบเทียบเหล็กเส้นที่ผลิตจาก BOF, EAF และ IF พบว่า
Summary
รายงานดังกล่าวระบุว่า แม้เหล็กที่ผลิตจากเตา IF บางส่วนจะผ่านข้อกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน แต่กระบวนการผลิตที่แตกต่างจากเทคโนโลยีหลักของโลก ทำให้มีข้อจำกัดในการกำจัดสิ่งเจือปนและสารมลทินออกจากเนื้อเหล็ก ส่งผลให้คุณสมบัติทางวิศวกรรมบางประการด้อยลง โดยเฉพาะความเหนียว ความสามารถในการต้านทานความล้า และความปลอดภัยในการใช้งานกับโครงสร้างสำคัญ
AISC ระบุว่า ภายใต้บริบทที่ภูมิภาคอาเซียนกำลังเผชิญความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้น รวมทั้งการขยายตัวของกำลังการผลิตเหล็กจากเตา IF ในหลายประเทศ มาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งพัฒนาขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน อาจไม่เพียงพอสำหรับรองรับเทคโนโลยีการผลิตรูปแบบใหม่ จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน
หลังจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการ Secondary Refining ภายใน Ladle Furnace เพื่อกำจัดกำมะถัน ปรับองค์ประกอบทางเคมี และเพิ่มคุณภาพของเหล็กให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตรงกันข้าม เตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ไม่มีขั้นตอน Primary Refining ดังกล่าว