Krungthep Turakij
'อรรถวิชช์' งัดใบตรวจหักหน้า รัฐบาลเก่า! แฉเหล็ก IF ตกมาตรฐาน ปมตึก สตง. ถล่ม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาความรับผิดชอบกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ( สตง. ) ถล่ม และได้เปิดเผยหนังสือผลตรวจของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ที่ อก. ๐๗๐๒/๓๕๒๒ โดยหน่วยตรวจสอบสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ว่าผลจากแล๊บทดสอบคือเหล็กที่ได้จากซากตึกตกมาตรฐานจริง
Key facts
- ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า การตรวจสอบการใช้เงินแผ่นดินของ กมธ.การเงินฯ ครั้งนี้ จะตรวจทั้งความรับผิดชอบกรณี อาคาร สตง., อาคารคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มูลค่า 618 ล้านบาท ที่สร้างตั้งแต่ปี 2563 จนปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ และ อาคาร กสทช.
- ดร.อรรถวิชช์ เปิดเผยว่า เอกสารจาก สมอ. เป็นผลการตรวจตัวอย่างเหล็กจากซากอาคารเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมสังเกตการณ์
- ในขณะนั้นผมเป็นประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผลสอบที่ผมมี คือ เหล็กที่พบในตึก สตง. มันตกมาตรฐานจริง และกระทรวงอุตสาหกรรมก็มีผลตรวจเดียวกับผม”
- ซึ่ง รัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นตรวจสอบ และสรุปว่า “สาเหตุอาคารถล่มเกิดจากการออกแบบและการก่อสร้าง ไม่ได้มีต้นเหตุมาจากเหล็กหรือปูน”
Summary
ดร.อรรถวิชช์ เปิดเผยว่า เอกสารจาก สมอ. เป็นผลการตรวจตัวอย่างเหล็กจากซากอาคารเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมสังเกตการณ์ ก่อนส่งตรวจที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย พบว่าเหล็กบางส่วน “ไม่ได้มาตรฐาน” ซึ่ง รัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นตรวจสอบ และสรุปว่า “สาเหตุอาคารถล่มเกิดจากการออกแบบและการก่อสร้าง ไม่ได้มีต้นเหตุมาจากเหล็กหรือปูน”
นอกจากนี้ มติคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ( กมอ. ) ยังห้ามใช้เหล็กจากเตา IF ผลิตเหล็กข้ออ้อยสำหรับงานโครงสร้างอาคาร เหลือเพียงการผลิตเหล็กเส้นกลม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น
กรุงเทพธุรกิจ