Krungthep Turakij
ไม่ใช่แค่ธุรกิจแต่คือ ‘ความเชื่อใจ’ ถอดแนวคิด 'กษิต งานทวี'
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในยุคที่สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทองคำหรืออสังหาริมทรัพย์ แต่ขยับขยายมาสู่โลกของรองเท้าผ้าใบ กระเป๋าแบรนด์เนม และล่าสุดกับปรากฏการณ์ “Trading Card” หรือการ์ดสะสม ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แพลตฟอร์มสัญชาติไทยแท้อย่าง “SASOM” (สะสม) คือผู้เล่นแถวหน้าที่เข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ไปตลอดกาล
Key facts
- (การ์ดเกมสะสม) ซึ่งในไทยมีมูลค่าแตะ 3,000-4,000 ล้านบาทได้ไม่ยาก เพราะเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ไม่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา คนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อเริ่มหลั่งไหลเข้ามาลงทุนกับการ์ดระดับลักชัวรีมากขึ้น
- ดึงเม็ดเงินลงทุนจากบิ๊กเทคเกาหลีและญี่ปุ่นได้สำเร็จ ก่อนปักหมุดเตรียมนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี 2029
- ปัจจุบันสะสมมีสัดส่วนการถือหุ้นโดยคนไทย 70% และพาร์ตเนอร์ต่างชาติ (Naver / KREAM จากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น) อีก 30% อ๋อง เล่าว่า ในอดีตตอนที่เริ่มโต พาร์ตเนอร์ต่างชาติเคยขู่ว่าจะเข้ามาเปิดแข่งในไทย ถ้าไม่ยอมให้ร่วมทุน ตอนนั้นปี 2021
- บริหารแบบคนรุ่นใหม่: ยืดหยุ่น ทรงพลัง และ ‘ความเชื่อใจ’ ต้องมาก่อน
Summary
แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวไป เพราะเรายังทำธุรกิจไม่เป็น ไม่รู้เรื่องต้นทุน โครงสร้างราคา หรือการเจรจา แต่ความล้มเหลวครั้งนั้นมันเปลี่ยนชีวิตทำให้หันมาดึงสติ นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ หาความรู้ และเริ่มมีไฟที่จะทำธุรกิจจริงๆ จนกระทั่งได้มาเจอไอเดียการทำแพลตฟอร์ม “สะสม” ร่วมกับ “กันต์พจน์ เลิศโกมลสุข”เพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน (Concordian International School) ซึ่งเป็น(Co-Founder & CTO ของ SASOM)ด้วย
อ๋องบอกว่า สะสมคือจุดตัด (Intersection) ระหว่างศิลปะและเทคโนโลยี เกิดจากความหลงใหลใน Story เบื้องหลังของสินค้า Limited Edition แต่ละชิ้น ในอดีตวงการนี้ขับเคลื่อนด้วยการปั่นราคาและการโกง พ่อค้าคนกลางมักฟันราคาลูกค้าและมีของปลอมระบาดหนักมาก
กรุงเทพธุรกิจ มีโอกาสร่วมพูดคุยกับ อ๋อง - กษิต งานทวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สะสม จำกัด ถึงสูตรการบริหารองค์กรยุคใหม่ที่เน้น “ความยืดหยุ่น สมดุลชีวิต และความเชื่อใจ” ดึงเม็ดเงินลงทุนจากบิ๊กเทคเกาหลีและญี่ปุ่นได้สำเร็จ ก่อนปักหมุดเตรียมนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี 2029