Prachatai
Queer Diplomacy การทูตเทย สิทธิ เพศวิถี | หมายเหตุประเพทไทย EP.633
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชานันท์ ยอดหงษ์ และปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ ชวนพูดคุยเรื่อง “Queer Diplomacy”
Key facts
- รายการชวนย้อนสำรวจประวัติศาสตร์การกีดกันผู้มีความหลากหลายทางเพศในแวดวงการทูตและความมั่นคง ตั้งแต่การทำให้การรักเพศเดียวกันเป็นอาชญากรรมและความเจ็บป่วยในยุโรป การรวมตัวของขบวนการเคลื่อนไหวในปลายศตวรรษที่ 19 การปราบปรามภายใต้ระบอบนาซีเยอรมนี
- หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชานันท์ ยอดหงษ์ และปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ ชวนพูดคุยเรื่อง “Queer Diplomacy”
- ซึ่งทำให้ประเด็นดังกล่าวถูกผนวกรวมเข้ากับนโยบายต่างประเทศและกลไกสิทธิมนุษยชนระดับโลกมากขึ้น
- ร่วมทำความเข้าใจว่าประเด็นเรื่องเพศวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัวหรือประเด็นทางวัฒนธรรมเท่านั้น หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของการเมืองระหว่างประเทศ การทูต สิทธิมนุษยชน และการต่อสู้ทางความคิดในระดับโลก ในช่วงเวลาแห่ง Pride Month
Summary
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชานันท์ ยอดหงษ์ และปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ ชวนพูดคุยเรื่อง “Queer Diplomacy”
รายการชวนย้อนสำรวจประวัติศาสตร์การกีดกันผู้มีความหลากหลายทางเพศในแวดวงการทูตและความมั่นคง ตั้งแต่การทำให้การรักเพศเดียวกันเป็นอาชญากรรมและความเจ็บป่วยในยุโรป การรวมตัวของขบวนการเคลื่อนไหวในปลายศตวรรษที่ 19 การปราบปรามภายใต้ระบอบนาซีเยอรมนี ไปจนถึงยุคสงครามเย็นที่เกิดปรากฏการณ์ Lavender Scare ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งผู้มีความหลากหลายทางเพศถูกมองว่าภัยต่อความมั่นคงของชาติ จนกระทั่งเหตุการณ์ Stonewall Riots ในปี 1969 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ LGBTQ+
จากการต่อสู้ในระดับภายในประเทศ ประเด็นสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศค่อย ๆ ขยายเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ ผ่านบทบาทของนักการทูต ภาคประชาสังคม และองค์การระหว่างประเทศ โดยหนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือสุนทรพจน์ของฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในปี 2011 ที่ประกาศว่า “Gay rights are human rights” ซึ่งทำให้ประเด็นดังกล่าวถูกผนวกรวมเข้ากับนโยบายต่างประเทศและกลไกสิทธิมนุษยชนระดับโลกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การผลักดันวาระเรื่องสิทธิ LGBTQ+ ในระดับสากลไม่ได้ดำเนินไปโดยปราศจากแรงต้าน หลายประเทศมองว่าการส่งเสริมสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านองค์การระหว่างประเทศและการสนับสนุนจากชาติตะวันตก เป็นรูปแบบหนึ่งของการครอบงำทางวัฒนธรรมและการแทรกแซงอธิปไตยของรัฐ ขณะที่อีกหลายกรณี การต่อต้าน LGBTQ+ กลับถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ผู้ปกครอง ปลุกกระแสชาตินิยม หรือเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ