← Back to KHAO

SCB Julius Baer ชี้โจทย์ใหม่ครอบครัวไทย เมื่อ Wealth Planning ไม่ใช่แค่การส่งต่อ แต่คือการออกแบบอนาคต

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Brand Inside

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า The Great Wealth Transfer หรือการส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนมือของทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล แต่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของความมั่งคั่ง โดยเฉพาะในบริบทของครอบครัวไทยและกลุ่มเจ้าของธุรกิจที่กำลังเผชิญความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากการขยายธุรกิจข้ามประเทศ โครงสร้างสินทรัพย์ที่หลากหลาย และความแตกต่างทางความคิดระหว่างคนแต่ละรุ่น

Key facts

Summary

สำหรับ เอเดรียน เมซซินาวเออร์ (Adrian Mazenauer) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด มองว่า แก่นของความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่ที่ความหมายของการส่งต่อที่เปลี่ยนไป “ในอดีต การส่งต่อความมั่งคั่งอาจหมายถึงการส่งต่อทรัพย์สิน แต่วันนี้ความท้าทายจริง ๆ คือการส่งต่อคุณค่า วิสัยทัศน์ และความพร้อมไปยังคนรุ่นถัดไป Wealth Planning จึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องการจัดการมรดก แต่คือการออกแบบระบบที่ทำให้ความมั่งคั่งสามารถเดินต่อได้”

เมื่อมองลึกลงไป เอเดรียน อธิบายว่า ความซับซ้อนของ wealth ในปัจจุบันทำให้การวางแผนแบบเดิมเริ่มไม่เพียงพออีกต่อไป ครอบครัวไทยจำนวนมากไม่ได้มีสินทรัพย์อยู่ในประเทศเดียว แต่กระจายอยู่ในหลายภูมิภาค ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ในยุโรป ไปจนถึงการลงทุนและโครงสร้างธุรกิจในสหรัฐฯ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแต่ละประเทศก็มีกฎหมายมรดก ภาษี และข้อกำกับดูแลที่แตกต่างกัน “เมื่อสินทรัพย์กระจายตัวข้ามพรมแดน การวางแผนแบบพื้นฐานจะไม่สามารถรองรับความเสี่ยงเหล่านี้ได้อีกต่อไป”

ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งองค์ประกอบที่มักถูกมองข้ามคือเรื่องของ กติกาภายในครอบครัว หรือ Family Governance ซึ่งเป็นตัวกำหนดบทบาท หน้าที่ และกระบวนการตัดสินใจร่วมกัน “หลายครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากตัวทรัพย์สิน แต่เกิดจากความไม่ชัดเจน” เขาอธิบาย “การมีโครงสร้างอย่าง Family Charter หรือ Family Council ช่วยให้ทุกคนเข้าใจบทบาทของตัวเอง และลดความขัดแย้งในระยะยาว”

Read full article at Brand Inside →