Prachachat
“ยางพารา” ลุ้นแตะ 100 บาท พิษสงคราม-EV ดันราคาพุ่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ของโลกอย่างจีน รวมถึงกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ต้องการใช้ยางธรรมชาติทดแทนยางสังเคราะห์ในอุตสาหกรรมการผลิตเม็ดพลาสติก ถุงมือยาง และชิ้นส่วนยานยนต์
Key facts
- สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ของโลกอย่างจีน รวมถึงกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ต้องการใช้ยางธรรมชาติทดแทนยางสังเคราะห์ในอุตสาหกรรมการผลิตเม็ดพลาสติก ถุงมือยาง และชิ้นส่วนยานยนต์
- ประกอบกับในช่วงหลายปีมานี้เกษตรกรหลายรายโดยเฉพาะภาคใต้ของไทยแห่โค่นต้นยางพาราทิ้ง เพื่อปลูกทุเรียน และปาล์มน้ำมัน จนผลผลิตส่อแววราคาร่วงและล้นตลาดใน 3 ปี ล่าสุดราคายางพาราพุ่งแรง จนมีโอกาสแตะระดับ 100 บาท/กก.
- แหล่งข่าวจากผู้บริหารสถาบันเกษตรกรยางและแปรรูปยางส่งออกรายใหญ่ของภาคใต้ กล่าวว่า ปี 2569 ราคายางพาราได้ปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับผลผลิตในภาคใต้ที่ลดลง
- นายทวีศิลป์ ประทีป อุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) และเจ้าของสวนยาง จ.สงขลา กล่าวว่า ทิศทางราคายางพารามีแนวโน้มดีและจะทรงตัวตลอดทั้งปี ปัจจุบันยางแผ่นรมควันราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 95 บาท/กก. ส่วนน้ำยางสดเคลื่อนไหวอยู่ที่
- ทำให้มีความต้องการยางธรรมชาติไปใช้เป็นยุทธปัจจัย ในการผลิตล้อยานยนต์และล้อเครื่องบินรบ โดยเฉพาะน้ำยางสด เช่น STR 5L, STR 10L, STR 20L ส่งผลให้ดีมานด์ทั่วโลกทะยานสูงกว่า 15 ล้านตัน ขณะที่ผลผลิตรวมทั่วโลกทำได้เพียงประมาณ 14 ล้านตันเท่านั้น
- ล่าสุดจากสถานการณ์ราคายางพาราในปี 2569 ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กลุ่มสหกรณ์และสถาบันเกษตรกรต่าง ๆ เริ่มทยอยนำยางพาราที่เก็บสต๊อกไว้ซึ่งมีปริมาณรวมกันกว่า 300 – 400 ตัน ออกมาขายทำกำไรในตลาด
Summary
อีกทั้งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) เผชิญปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ที่ระบาดรุนแรงตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ทำให้น้ำยางออกน้อยและเกิดภาวะขาดแคลนแรงงานกรีดยาง เกษตรกรหลายคนจึงตัดสินใจปล่อยสวนร้างหรือโค่นต้นยางเพื่อปลูกทุเรียนและปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะ จ.ยะลา มีการปลูกทุเรียนทดแทนสูงเป็นอันดับต้น ๆ กว่า 160,000 ไร่ และบางกลุ่มโค่นสวนออกถึง 2,000 ไร่ ส่งผลให้ปริมาณยางในตลาดลดลงอย่างมาก
ส่วนแหล่งข่าวจากวงการสวนยางภาคใต้ กล่าวถึงนโยบายขยายพื้นที่ปลูกยางพาราเพิ่มอีก 1 ล้านไร่ หรือเฉลี่ย 200,000 ไร่/ปี ในระยะเวลา 5 ปีว่า เริ่มมีกระแสต่อต้านจากบางกลุ่มที่ต้องการให้จำกัดปริมาณเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา อย่างไรก็ตาม เกษตรกรที่เคยโค่นยางไปปลูกทุเรียนและปาล์มน้ำมันก่อนหน้านี้เริ่มเกิดความกังวลว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าราคาทุเรียนอาจจะต่ำกว่า 100 บาท/กก. และราคาปาล์มน้ำมันอาจผันผวนจากภาวะล้นตลาด
“ทั้งนี้ กยท.เตรียมเปิดประมูลยางสต๊อก 18,481 ตัน ที่โกดัง จ.สงขลา และ จ.ชลบุรี จะมีการเปิดประมูลในวันที่ 15 มิ.ย. 69 จะต้องทยอยออกประมูล หากประมูลลอตใหญ่อาจทำให้ราคาผันผวนได้ พร้อมเน้นย้ำให้เข้มงวดกับมาตรการปราบปรามยางเถื่อนลักลอบนำเข้าอย่างต่อเนื่อง”