Prachachat
‘Mistine’ โหมต่างประเทศ-ออนไลน์ เจาะตลาดเด็ก ดัน “สาวมิสทิน” สู่ครีเอเตอร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“มิสทิน” สปีดรายได้ต่างประเทศ-ออนไลน์รับมือเศรษฐกิจ ประเดิมชิงฐานครอบครัวจีน-เวียดนาม ด้วยทัพครีมอาบน้ำ-สกินแคร์-ครีมกันแดดสำหรับเด็ก พร้อมผุดโรงงานแรกในจีนผลิตฮีโร่โปรดักต์ ก่อนรุกไกลถึงยุโรป-แคนาดาชูจุดเด่นมาตรฐานรักษ์โลก เล็งอัพเกรดสาวมิสทินสู่ครีเอเตอร์ดันยอดขายออนไลน์ ตามเป้าดันรายได้ต่างประเทศจาก 20% ทะยานสู่ 40%
Key facts
- นายปราการกล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้บริษัทจะต่อยอดโอกาส พร้อมรับมือความท้าทายต่าง ๆ ในตลาด เพื่อบรรลุเป้าหมายชิงสร้างฐานลูกค้ารุ่นใหม่ในกลุ่มเด็กและครอบครัว ด้วยไลน์สินค้าสำหรับเด็กตั้งแต่ทารกไปจนถึง 10 ขวบ
- เช่นเดียวกับรายได้จากออนไลน์ที่จะเพิ่มสัดส่วนให้มากกว่า 10% ในปัจจุบัน ด้วยกลยุทธ์การเปิดตัวสินค้าบนออนไลน์ และการผลักดันสาวมิสทินที่มีอยู่ระดับแสนทั่วประเทศให้เป็นครีเอเตอร์เพื่อโปรโมตและขายสินค้าผ่านออนไลน์
- พร้อมขยายสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศส่วนที่ไม่รวมจีนจาก 20% เป็น 40% ด้วยการรุกเข้าสู่ประเทศใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียใต้ ผ่านกระแส T-Beauty หรือความนิยม-เชื่อมั่นสินค้าความงามไทย
- พร้อมกันนี้บริษัทยังลงทุนตั้งโรงงานผลิตในจีน โดยเป็นการลงทุนของบริษัท 100% มีกำหนดเดินเครื่องในอีกประมาณ 2 เดือน เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตสินค้ากลุ่มฮีโร่โปรดักต์ เช่น สกินแคร์และครีมกันแดด
- หลังที่ผ่านมาสินค้ามิสทินขายดีมากในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านย่าน CLMV โดยมีเมียนมาเป็นตลาดอันดับ 1 โดยผู้บริโภครู้จักแบรนด์ 100% ตามมาด้วยลาวเป็นอันดับ 2 และบังกลาเทศเป็นอันดับ 3
- นายปราการเสริมว่า นอกจากนี้บริษัทยังวางแผนปั้นสาวมิสทิน หรือตัวแทนจำหน่ายสินค้าซึ่งปัจจุบันมีระดับแสนคน และ 70% กระจายตัวอยู่ในต่างจังหวัดทั่วประเทศ ให้เป็นครีเอเตอร์เพื่อทำ Affiliate และขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์
Summary
นอกจากนี้ยังมีโอกาสในเซ็กเมนต์สินค้าสำหรับเด็กในหลายประเทศ อาทิ จีน เวียดนาม ฯลฯ ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์สำคัญสำหรับสร้างฐานลูกค้ารุ่นใหม่ เพราะเมื่อเด็กทารกใช้สินค้าแบรนด์ใดแล้วไม่เกิดอาการแพ้ พ่อแม่มักจะใช้แบรนด์นั้นต่อไปโดยไม่เปลี่ยนแบรนด์จนลูกโต รวมถึงพ่อแม่จำนวนไม่น้อยยังหันมาใช้สินค้าแบรนด์เดียวกับลูกอีกด้วย
นายปราการ สท้านโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดความงามไทยในขณะนี้มีทั้งโอกาสและความท้าทาย อาทิ ผู้บริโภคต้องการสินค้ากลุ่มความงามที่ราคาจับต้องได้ รวมถึงเริ่มมองหาสินค้าที่มีขนาดเล็กลง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดูแลตัวเองภายใต้งบประมาณที่จำกัด เนื่องจากกำลังซื้อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
นายปราการกล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้บริษัทจะต่อยอดโอกาส พร้อมรับมือความท้าทายต่าง ๆ ในตลาด เพื่อบรรลุเป้าหมายชิงสร้างฐานลูกค้ารุ่นใหม่ในกลุ่มเด็กและครอบครัว ด้วยไลน์สินค้าสำหรับเด็กตั้งแต่ทารกไปจนถึง 10 ขวบ รวมไปถึงขยายสัดส่วนเจน Z เพิ่มเป็น 50% ของฐานลูกค้าทั้งหมด