MGR Online
ไม่ไว้ใจดอลลาร์!แบงก์ชาติทั่วโลกมองสหรัฐฯคือ'ความเสี่ยง' เตรียมเทขายสกุลเงินUSถือครองทองคำแทน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
มีธนาคารกลางของชาติต่างๆเพิ่มมากขึ้น ที่มีแผนปรับลดการถือครองดอลลาร์เป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษหน้า ตามรายงานของซีเอ็นเอ็นอ้างอิงผลสำรวจหนึ่งในระดับนานาชาติ สะท้อนว่าความเสี่ยงทางการเมือง เริ่มส่งผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆต่อสกุลเงินของอเมริกา ผลการสำรวจดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่เปิดฉากโดยสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความปั่นป่วนแก่ตลาดพลังงานโลก และมีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งอเมริกา กำลังหาหนทางใหม่สำหรับดำเนินการรีดภาษีชาติต่างๆทั่วโลก
Key facts
- ดอลลาร์ยังคงมีสัดส่วนถึง 58% ที่ธนาคารกลางต่างๆจัดสรรการลงทุนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา"
- ขณะเดียวกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ผลักให้อุปสงค์ทองคำพุ่งสูงขึ้น มีธนาคารกลางต่างๆจำนวนมากสุดเป็นประวัติการณ์ ที่บอกว่ามีแผนเพิ่มการลงทุนในทองคำ แม้ว่าราคาดีดตัวขึ้นจากหนึ่งปีก่อนหน้านี้ กว่า 20%
- ผลสำรวจพบว่า ทองคำ ซึ่งทำสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่องและถือครองโดยธนาคารกลางทั่วโลกถึง 82% นั้น ได้ขยับขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของกลยุทธ์การบริหารเงินทุนสำรอง และคาดว่าในระยะสั้นนี้
- การสำรวจที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร(30มิ.ย.) จัดทำโดย Official Monetary and Financial Institutions Forum (OMFIF) กลุ่มวิจัยอิสระที่มีสำนักงานใหญ่ในลอนดอน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม และในนั้นเป็นการตอบแบบสอบถามจากบรรดาธนาคารกลางต่างๆ 74
- ในรายงานระบุว่าถือเป็นครั้งแรกที่ผลการสำรวจนี้พบว่าความปรารถนาลดสัดส่วนการถือครองดอลลาร์ แซงหน้าความตั้งใจที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือครองสกุลเงินสหรัฐฯ นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ OMFIF เริ่มทำการสำรวจเจตจำนงในการลงทุนของธนาคารกลางชาติต่างๆในปี
- เป็นตัวแทนสิ่งบ่งชี้ล่าสุด ว่าทั่วโลกกำลังบ่ายหน้าจากดอลลาร์ บ่อยครั้งมักถูกเรียกว่า "ลดพึ่งพิงดอลลาร์"
Summary
มีธนาคารกลางของชาติต่างๆเพิ่มมากขึ้น ที่มีแผนปรับลดการถือครองดอลลาร์เป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษหน้า ตามรายงานของซีเอ็นเอ็นอ้างอิงผลสำรวจหนึ่งในระดับนานาชาติ สะท้อนว่าความเสี่ยงทางการเมือง เริ่มส่งผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆต่อสกุลเงินของอเมริกา ผลการสำรวจดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่เปิดฉากโดยสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความปั่นป่วนแก่ตลาดพลังงานโลก และมีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งอเมริกา กำลังหาหนทางใหม่สำหรับดำเนินการรีดภาษีชาติต่างๆทั่วโลก