Kaohoon
KTX เปิดกลยุทธ์ลงทุน Q3 ลุยหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI – ชี้เป้า 5 DR เด็ด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
นายวรัท บางเจริญพรพงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ KTX เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนให้เลือกเป็นรายตัว (Selective Buy) มากขึ้น โดยเน้นไปที่หุ้นและตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรอย่างชัดเจน ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI (AI Infrastructure) และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวช่วยเร่งการเติบโต ได้แก่ 1.
Key facts
- TAIWAN19 : มีความโดดเด่นจากบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI และ Semiconductor, 2
- NIKKEI80 : ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทาน AI และหุ่นยนต์ (Robotics)
- นายวรัท บางเจริญพรพงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ KTX เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนให้เลือกเป็นรายตัว (Selective Buy) มากขึ้น
Summary
นายวรัท บางเจริญพรพงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ KTX เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนให้เลือกเป็นรายตัว (Selective Buy) มากขึ้น โดยเน้นไปที่หุ้นและตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรอย่างชัดเจน ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI (AI Infrastructure) และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวช่วยเร่งการเติบโต ได้แก่ 1.
3.AMD80 : มีปัจจัยบวกจากการเปลี่ยนผ่านรายได้เข้าสู่ศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงความต้องการใช้งาน CPU ในยุค Agentic AI, 4. ZJINNO80 : ในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสง (Optical Transceiver) จึงได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านระบบเครือข่ายของ Data Center (Networking) และ 5. GEV80 : เติบโตตามความต้องการด้านไฟฟ้าและระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ซึ่งกำลังกลายเป็นข้อจำกัดหรือคอขวดใหม่ของระบบ AI Data Center
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการลงทุนในต่างประเทศช่วงไตรมาส 3/2569ยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทาย (Bumpy Road Ahead) เนื่องจากในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ทั้งปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่ากรอบเป้าหมาย และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มมีท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้น ประกอบกับระดับการเก็งกำไรผ่านบัญชีมาร์จิ้น (Margin) และออปชัน (Option) ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม มองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไปได้ในลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้น (Sideway to Sideway Up) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับประมาณการกำไร โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งประเมินว่าเทคโนโลยีดังกล่าวยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้กับอุตสาหกรรมทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง