Post Today
ปชน.มีมติคว่ำร่างงบฯ 70 จี้รัฐบาลแจงงบ AI ชี้สวัสดิการถูกตัด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
พรรคประชาชนประกาศไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 วาระแรก ชี้จัดลำดับงบผิดทิศ ตัดสวัสดิการ-วิจัย แต่เพิ่มงบดิจิทัลและ AI เตรียมตรวจสอบรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ
Key facts
- พรรคประชาชนประกาศจุดยืนลงมติไม่เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระแรก โดยระบุว่าการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลยังไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
- นอกจากนี้ พรรคยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงรายละเอียดโครงการด้าน AI และโครงการระบบคลาวด์วงเงินกว่า 5,000 ล้านบาท ว่ามีความจำเป็นและคุ้มค่าต่อการลงทุนเพียงใด
- ออกจากงบประมาณได้อีก เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยยกตัวอย่างโครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดที่ถูกตัดงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท ทั้งที่ยังสามารถปรับหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมผู้มีสิทธิได้มากขึ้น
- นอกจากนี้ พรรคยังแสดงความกังวลต่อการปรับลดงบวิจัยและพัฒนาผ่านกองทุนต่าง ๆ ลงประมาณ 30% โดยเห็นว่าเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ขณะที่งบด้านสาธารณสุขแม้จะเพิ่มขึ้น
Summary
ด้านนางสาวศิริกัญญาระบุว่า การอภิปรายตลอด 3 วันที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างด้านการคลังที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขได้ แม้รัฐบาลจะยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวมีอยู่จริง แต่การจัดสรรงบประมาณกลับไม่สอดคล้องกับความจำเป็นของประเทศ ส่งผลให้งบประมาณของหลายกระทรวงและหน่วยงานถูกปรับลดลงอย่างถ้วนหน้า
นายพริษฐ์เปิดเผยว่า พรรคฝ่ายค้านได้หารือร่วมกันและมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ไม่สามารถยอมรับร่างงบประมาณฉบับนี้ได้ แม้แต่ละพรรคจะกำหนดท่าทีแตกต่างกันระหว่างการลงมติไม่เห็นชอบหรือการงดออกเสียง แต่พรรคประชาชนมีมติชัดเจนที่จะลงคะแนนไม่เห็นชอบในวาระแรก
นอกจากนี้ พรรคยังแสดงความกังวลต่อการปรับลดงบวิจัยและพัฒนาผ่านกองทุนต่าง ๆ ลงประมาณ 30% โดยเห็นว่าเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ขณะที่งบด้านสาธารณสุขแม้จะเพิ่มขึ้น แต่การจัดสรรงบสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังไม่เพียงพอต่อภาระในอนาคต