Thansettakij
ลดเค็มให้ได้ผล: มาตรการทางราคากับสุขภาพคนไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ลดเค็มให้ได้ผล: มาตรการทางราคากับสุขภาพคนไทย : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯ ทัศนะ โดย... ผศ.ดร.สวรัย บุณยมานนท์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4114
Key facts
- ประเทศไทยเองก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสนี้เช่นกัน เศรษฐกิจสุขภาวะของไทย มีมูลค่าประมาณ 4.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก และหากคิดต่อจำนวนประชากร พบว่า คนไทยมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาวะโดยเฉลี่ย 596 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี
- ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคแสดงให้เห็นว่า จำนวนคนไทยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้นจาก 8.9 ล้านคน ในปี 2565 เป็น 10.3 ล้านคน ในปี 2567 ขณะที่ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นจาก 1.3 ล้านคน เป็น 2.2 ล้านคน และผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเพิ่มจาก
- เอกสารอ้างอิง: ปภัศร ชัยวัฒน์, นันทรัตน์ ตั้งวิฑูรธรรม, และสวรัย บุณยมานนท์ (2569)
- รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567-2568
- The Global Wellness Economy: Country Rankings (2019-2024)
Summary
คนไทยบริโภคโซเดียมสูงกว่าเกณฑ์แนะนำเกือบ 2 เท่า ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพิ่มขึ้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (longevity) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การมีโภชนาการที่ดี การนอนหลับที่เพียงพอ รวมถึงการจัดการความเครียด สะท้อนผ่านมูลค่าของเศรษฐกิจสุขภาวะ (wellness economy) ทั่วโลก ซึ่ง Global Wellness Institute ประมาณการว่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 หรือ คิดเป็นร้อยละ 6.12 ของ GDP โลก
ประเทศไทยเองก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสนี้เช่นกัน เศรษฐกิจสุขภาวะของไทย มีมูลค่าประมาณ 4.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก และหากคิดต่อจำนวนประชากร พบว่า คนไทยมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาวะโดยเฉลี่ย 596 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี อยู่ในอันดับที่ 84 ของโลก