Thansettakij
'ดร.ยุ้ย' ชี้อสังหาฯ หนักกว่ายุคโควิด สภาพเศรษฐกิจฉุดกำลังซื้อบ้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"ดร.ยุ้ย" เสนาดีเวลลอปเมนท์ ประเมินอสังหาฯ ไทยเผชิญแรงกดดันหนักกว่าช่วงโควิด-19 ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นจนเกิดภาวะ "Self Rejection" ชะลอซื้อบ้าน ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับโมเดลธุรกิจรับความไม่แน่นอน
Key facts
- ต่างชาติลงทุนลด ผลตอบแทนไม่หวือหวาเช่นเคย
- จี้รัฐกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ฟื้นศักยภาพแข่งขัน
- ในส่วนของกำลังซื้อจากต่างชาติ เกษรา กล่าวว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มีผู้ซื้อชาวต่างชาติราว 90% ที่ซื้อเพื่อการลงทุน มากกว่าซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง โดยคาดหวังทั้งผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) และกำไรจากการขายต่อ (Capital Gain)
- เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดร.เกษรา มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันรับมือได้ยากกว่า เนื่องจากในช่วงโควิดทุกฝ่ายยังพอมองเห็นจุดสิ้นสุดของวิกฤติจากการมีวัคซีนและมาตรการควบคุมโรค แต่ปัจจุบันตลาดกำลังเผชิญปัญหาหลายด้านพร้อมกัน
Summary
ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ ทำให้สถานการณ์ภาคอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันหนักกว่าช่วงการระบาดของโควิด-19
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแรงและการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยยากขึ้นกว่าที่ผ่านมา โดยปัจจุบันปัญหาของตลาดไม่ได้มีเพียงการที่สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ แต่ยังเกิดปรากฏการณ์ "Self Rejection" หรือผู้บริโภคตัดสินใจชะลอการซื้อบ้านด้วยตัวเอง เพราะไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจและไม่ต้องการสร้างภาระหนี้ระยะยาว
พร้อมกล่าวว่า โดยปกติธุรกิจที่อยู่อาศัยจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับภาวะเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของประชาชนไม่เติบโต และสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ย่อมส่งผลให้การซื้อบ้านยากขึ้น แต่สถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างจากในอดีต เพราะตลาดไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาการถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ (Bank Rejection) เท่านั้น หากยังพบว่าผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเลือกเลื่อนการซื้อบ้านออกไปเอง เนื่องจากไม่มั่นใจว่าภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเมื่อใด