The Standard
จับตาอสังหาฯ ไทย ‘ยังไม่พ้นจุดต่ำสุด’ ปัญหารุมหนัก ‘คนรุ่นใหม่กู้ไม่ผ่าน-คนรุ่นเก่าแก่ก่อนรวย-ซัพพลายล้นตลาด’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จับตาภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่อาจ ‘ยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด’ มาจากวิกฤต ‘แซนด์วิชเจเนอเรชัน ที่คนรุ่นใหม่หรือ First Jobber ไม่สามารถขอสินเชื่อได้จากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารที่สูงกว่า 70% ในขณะที่คนรุ่นเก่าก็ตกอยู่ในภาวะ ‘แก่ก่อนรวย’ อีกทั้งยังตลาดยังเผชิญกับภาวะอุปทานส่วนเกิน
Key facts
- จับตาภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่อาจ ‘ยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด’ มาจากวิกฤต ‘แซนด์วิชเจเนอเรชัน ที่คนรุ่นใหม่หรือ First Jobber ไม่สามารถขอสินเชื่อได้จากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารที่สูงกว่า 70% ในขณะที่คนรุ่นเก่าก็ตกอยู่ในภาวะ
- ยกตัวอย่างเช่น สินค้าราคา 7 ล้านบาท ภาระ 1% ของ 7 ล้านบาท ผู้บริโภคก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นถึง 70,000 บาท ซึ่งถือว่าลูกค้าย่อมได้รับผลกระทบเยอะขึ้น”
- ปัจจุบันสถาบันการเงินมีการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) สูงถึงกว่า 70% ขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) ก็ไม่สามารถกู้เงินเพื่อมาสร้างโครงการใหม่ๆ ได้ และหันไปพัฒนาเฉพาะโครงการระดับ Ultra Luxury
- ด้านการลงทุนซื้อหนี้ NPL และ NPA เข้าพอร์ตนั้น ในช่วงครึ่งปีแรก BAM ใช้งบลงทุนไปแล้วประมาณ 10,000 ล้านบาท และคาดว่าจะใช้เพิ่มอีก 10,000 – 20,000 ล้านบาทในครึ่งปีหลัง โดยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการซื้อแบบ เหมาเข่ง มาเป็นการใช้เทคโนโลยี AI
- ในส่วนของการบริหารพอร์ต BAM ตั้งเป้าระบายทรัพย์ที่ถือครองมานานเกิน 12 ปี (Aging สูง) ซึ่งเคยมีสัดส่วนถึง 40% ให้ลดลง ปัจจุบันในเชิงปริมาณลดลงมาเหลือประมาณ 20% แล้ว การระบายทรัพย์ที่ตั้งสำรองไว้นานออกไปได้
- นอกจากนี้ ตลาดยังเผชิญกับภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) อย่างหนัก โดยมีทรัพย์ที่ขายไม่ออกค้างอยู่ในระบบกว่า 700,000 ชิ้น ขณะที่มีคนไทยเพียงราว 100,000 คนเศษเท่านั้นที่มีกำลังพอจะซื้อและผ่อนทรัพย์ไหว ซึ่งถือว่าโอเวอร์ซัปพลายถึง 7 เท่า
Summary
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ประเมินภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ตลาดยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด (Bottom) โดยปัญหาหลักของประเทศไทยในขณะนี้คือ ภาวะ ‘แซนด์วิชเจเนอเรชัน’ ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ (First Jobber) ไม่สามารถขอสินเชื่อได้ ในขณะที่กลุ่มคนรุ่นเก่าก็เข้าสู่วัยเกษียณทั้งที่ยังผ่อนบ้านไม่จบ ทำให้เกิดภาวะ ‘แก่ก่อนรวย’
นอกจากนี้ ตลาดยังเผชิญกับภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) อย่างหนัก โดยมีทรัพย์ที่ขายไม่ออกค้างอยู่ในระบบกว่า 700,000 ชิ้น ขณะที่มีคนไทยเพียงราว 100,000 คนเศษเท่านั้นที่มีกำลังพอจะซื้อและผ่อนทรัพย์ไหว ซึ่งถือว่าโอเวอร์ซัปพลายถึง 7 เท่า
สำหรับเป้าหมายทางการเงินของบริษัท BAM ได้ปรับโครงสร้างการบริหารต้นทุนและการขายใหม่ โดยมุ่งเน้นที่บรรทัดสุดท้ายคือ กำไรสุทธิ (Bottom Line) มากกว่ายอดรอเรียกเก็บ