Prachachat
ศึกอิหร่านถล่ม ‘เศรษฐกิจโลก’ ‘เร่งความเร็ว’ เปลี่ยนผ่านพลังงาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เป็นที่เข้าใจกันดีว่า สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านในตะวันออกกลางนั้น ส่งผลสะเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจโลก ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านพลังงานชนิดที่องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ประกาศว่าเป็นวิกฤตพลังงานที่โลกไม่เคยเจอะเจอมาก่อนในประวัติ
Key facts
- ที่เริ่มต้นตั้งแต่วันแรกของสงคราม เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดพุ่งสูงขึ้น 10-13% ก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 80-82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อถึงวันที่ 2 มีนาคม แล้วถีบตัวพรวดขึ้นเหนือระดับ 100
- ข้อมูลของไออีเอชี้ว่า ตลาด LNG ที่ผลผลิตหายไปจากตลาดราว 20% ส่งผลให้ราคา LNG ในยุโรปและเอเชียตอบสนองอย่างหนักหน่วง ดัชนีราคา LNG ของเดนมาร์กที่ถูกใช้เป็นราคาอ้างอิงของตลาด สูงขึ้นเกือบเป็น 2 เท่าตัวเมื่อถึงกลางเดือนมีนาคม
- องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ทำนายว่า อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาในปี 2026 จะอยู่ที่ 4.2% สูงขึ้นกว่าที่เคยทำนายไว้เดิม 1.2 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่วนของอียูน่าจะอยู่ระหว่าง 2.6-4.4%
- ในทัศนะของไอเอ็มเอฟภูมิภาคที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามมากที่สุดคือ ภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียกลางซึ่งไอเอ็มเอฟปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2026 ลดลงเหลือเพียง 1.9% ลดจากเดิมมากถึง 2% และประเทศที่อยู่ในแนวรบจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทันที
- ส่งผลให้ในเดือนมีนาคมยอดการส่งออกเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์, แบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จากจีนพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ รายงานของเอ็มเบอร์ระบุว่า จีนส่งออกเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์รวม 68 จิกะวัตต์ ในเดือนมีนาคม 2026
Summary
นี่ไม่ใช่วาทกรรมประดิษฐ์ขึ้นมาให้ดูน่ากลัว แต่นี่คือความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาคนทั้งโลก เพราะเหตุขัดแย้งครั้งนี้กระทบต่อเศรษฐกิจโลกในแทบทุกมิติ ตั้งแต่ก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อเป็นวงกว้าง กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ทั้งในด้านการเกษตร อาหาร ส่งผลต่อตลาดการเงินโลก รวมไปถึงก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงโครงสร้างที่เปิดให้เห็นจุดอ่อนแอที่สุดของระบบเศรษฐกิจที่เราคุ้นเคยกันแต่เดิม
เรื่องที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของโลกมากที่สุดก็คือการประกาศปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนอุปมาว่า เหมือนกับเศรษฐกิจของประเทศทั่วโลกถูกบีบคอ
ข้อมูลของไออีเอชี้ว่า ตลาด LNG ที่ผลผลิตหายไปจากตลาดราว 20% ส่งผลให้ราคา LNG ในยุโรปและเอเชียตอบสนองอย่างหนักหน่วง ดัชนีราคา LNG ของเดนมาร์กที่ถูกใช้เป็นราคาอ้างอิงของตลาด สูงขึ้นเกือบเป็น 2 เท่าตัวเมื่อถึงกลางเดือนมีนาคม อยู่ที่ระดับสูงกว่า 60 ยูโรต่อปริมาณก๊าซที่ใช้ผลิตกระแสได้ 1 เมกะวัตต์ชั่วโมง และจนถึงปลายเดือนมิถุนายนก็ยังสูงมากกว่าระดับราคาก่อนสงครามถึง 35% ส่วนราคาเฉลี่ยในเอเชียพุ่งสูงขึ้น 54% ในยุโรปสูงขึ้น 63% ภายในสัปดาห์แรกของสงคราม