Khaosod
มติเอกฉันท์ ศาลรธน.ตีตกคำร้องสอย ‘อนุทิน-พิพัฒน์’ ชี้ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
มติเอกฉันท์ ศาลรธน.ตีตกคำร้องสอย ‘อนุทิน-พิพัฒน์’ ชี้ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
Key facts
- กรวีร์ ถกวิปรัฐบาล กำชับองค์ประชุม โหวตหนุนงบประมาณปี 70 ปลื้ม 2 วันไร้ตีรวน
- วันที่ 1 ก.ค.2569 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ นายธนะวิทย์ วงศ์ธารทิพย์ (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่า กระทำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
- มติเอกฉันท์ ศาลรธน.ตีตกคำร้องสอย ‘อนุทิน-พิพัฒน์’ ชี้ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
- มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องสอย ‘อนุทิน-พิพัฒน์’ปมตั้งนั่งคุมนโยบายพลังงานเอื้อประโยชน์ธุรกิจเครือญาติ ชี้ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง ย้ำช่องทางตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีเป็นสิทธิเฉพาะของ สส.-สว.- กกต.
- ศาลรธน. ไม่รับคำร้องยื่นฟ้อง กกต. ปมมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ชี้ไร้เหตุผลโต้แย้ง
Summary
ผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นผู้มีส่วนได้เสียในธุรกิจพลังงาน อาจส่งผลให้เกิดประโยชน์ ต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตนเองและเครือญาติ ประกอบกับผู้ถูกร้องที่ 2 แถลงข่าวเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา สถานีบริการน้ำมันขาดแคลนจนเกิดผลกระทบต่อประชาชน ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายโดยตรง จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
ดังนั้น การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสอง เป็นการกระทำที่ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์ที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเป็นการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมที่มี ผลประโยชน์ทับซ้อน
มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องสอย ‘อนุทิน-พิพัฒน์’ปมตั้งนั่งคุมนโยบายพลังงานเอื้อประโยชน์ธุรกิจเครือญาติ ชี้ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง ย้ำช่องทางตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีเป็นสิทธิเฉพาะของ สส.-สว.- กกต.