Hong Kong · Bangkok Today
DFSK รุกขยายตลาดโลก เปิดตัว E5 PLUS รุ่นพวงมาลัยขวาครั้งแรกที่ฮ่องกง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
DFSK แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ภายใต้ SERES Group (HKEX: 09927) เปิดตัว E5 PLUS รุ่นพวงมาลัยขวา (RHD) อย่างเป็นทางการภายในงาน 2026 International Automotive & Supply Chain Expo (Hong Kong) นับเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก
Key facts
- การเปิดตัว E5 PLUS รุ่นพวงมาลัยขวาในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของ DFSK เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการพัฒนาของแบรนด์สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันการเดินทางอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับโลก
- E5 PLUS รุ่นพวงมาลัยขวา เตรียมทยอยเปิดตัวในตลาดต่าง ๆ โดยนำเสนอจุดเด่นด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความคุ้มค่า และการใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว
- หลังจาก E5 PLUS ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดแอฟริกาเหนือและอเมริกาใต้ การเปิดตัวรุ่นพวงมาลัยขวาในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ DFSK ในการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล โดย DFSK ยังคงเดินหน้าขยายการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศ
- คุณ Amy Gong ประธานของ DFSK กล่าวว่า “E5 PLUS ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ครั้งสำคัญของเรา DFSK จะเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์
Summary
การเปิดตัว E5 PLUS รุ่นพวงมาลัยขวาในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของ DFSK เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการพัฒนาของแบรนด์สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันการเดินทางอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละตลาดท้องถิ่นอย่างแท้จริง
E5 PLUS มาพร้อมระบบ SERES Super Hybrid System ที่สามารถปรับโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนนได้อย่างชาญฉลาดผ่านระบบบริหารจัดการพลังงานขั้นสูง ช่วยมอบทั้งประสิทธิภาพและความมั่นใจในการเดินทางระยะไกล ด้วยระยะทางการขับขี่รวมสูงสุดถึง 1,200 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
ด้วยภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ กลุ่มผลิตภัณฑ์พลังงานใหม่ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และความมุ่งมั่นด้านการบริการที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น DFSK พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตในตลาดโลก และมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทางอย่างยั่งยืนในระดับสากล