BBC Thai
วุฒิสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข นิรโทษกรรมคดีการเมืองย้อนหลัง 20 ปี ไม่รวม "คดี ม. 112" ทุกกรณี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข ด้วยคะแนนเสียง 103 ต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 22 เสียง โดยคงหลักการเดิมไม่ให้นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ทุกกรณี แม้ผู้ถูกกล่าวหา/ผู้ต้องหา/จำเลย จะเป็นเยาวชนก็ตาม
Key facts
- ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข ด้วยคะแนนเสียง 103 ต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 22 เสียง โดยคงหลักการเดิมไม่ให้นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ทุกกรณี แม้ผู้ถูกกล่าวหา/ผู้ต้องหา/จำเลย จะเป็นเยาวชนก็ตาม
- ร่างกฎหมายนี้จะถือเป็นกฎหมายนิรโทษกรรมเหตุการณ์ทางการเมืองฉบับที่ 24 ในรอบ 94 ปี นับจากมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) นิรโทษกรรมในคราวเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน พ.ศ. 2475 ลงวันที่ 26 มิ.ย. 2475 ให้การกระทำของคณะราษฎร เป็นกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับแรก
- ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 เมื่อ 21 ต.ค. 2568 แล้วส่งเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อ ซึ่งลงมติรับหลักการในวาระ 1 เมื่อ 28 ต.ค. 2568 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)
- หลังจากนี้ ก็จะส่งร่างตามที่แก้ไขเพิ่มเติมกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป หากสภาเห็นชอบด้วย ให้นายกรัฐมนตรีก็จะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้เป็นกฎหมาย แต่ถ้าสภาเห็นเป็นอื่น ก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)
- ต่อมามีการยุบสภาเมื่อ 12 ธ.ค. 2568 กระบวนการพิจารณาจึงหยุดชะงักลง ก่อนที่รัฐบาล "อนุทิน 2"
- ร่างกฎหมายนี้กำหนดให้นิรโทษกรรมการกระทำตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเริ่มชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลือง ถึงวันที่ 16 ก.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันที่สภามีมติรับหลักการร่างกฎหมายนี้
Summary
ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มีเนื้อหา 13 มาตรา อยู่ภายใต้หลักการ "3 ไม่" คือ ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตประพฤติมิชอบ, ไม่นิรโทษกรรมคดีที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ไม่นิรโทษกรรมคดี 112 ทุกกรณี นั่นทำให้ผู้ถูกกล่าวหา/จำเลย/ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ได้รับประโยชน์จากการออกกฎหมายฉบับนี้
หลังจากนี้ ก็จะส่งร่างตามที่แก้ไขเพิ่มเติมกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป หากสภาเห็นชอบด้วย ให้นายกรัฐมนตรีก็จะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้เป็นกฎหมาย แต่ถ้าสภาเห็นเป็นอื่น ก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันระหว่าง สส. และ สว. เพื่อพิจารณาต่อไป
ต่อมามีการยุบสภาเมื่อ 12 ธ.ค. 2568 กระบวนการพิจารณาจึงหยุดชะงักลง ก่อนที่รัฐบาล "อนุทิน 2" จะร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายนี้ต่อไป ทำให้ กมธ. กลับมาพิจารณาต่อจนแล้วเสร็จ และเสนอรายงานเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา 30 มิ.ย. โดยไม่มีการแก้ไขหลักการสำคัญจากร่างที่สภาเห็นชอบแต่อย่างใด