The Standard
‘เติมกรุงเทพฯ ให้เต็ม 10’ พรรคประชาชนขอโอกาสเปลี่ยนโครงสร้างเมืองหลวง แก้วิกฤตประเทศเริ่มที่ กทม.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
การรณรงค์หาเสียงสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ถึงช่วงโค้งสุดท้าย ในวันนี้ (26 มิถุนายน) ที่สวนเบญจกิติ พรรคประชาชนได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้ชื่องาน ‘เติมกรุงเทพฯ ให้เต็ม 10’ เพื่อรณรงค์หาเสียงให้ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10 และผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต ก่อนที่การลงคะแนนเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้
Key facts
- การรณรงค์หาเสียงสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ถึงช่วงโค้งสุดท้าย ในวันนี้ (26 มิถุนายน) ที่สวนเบญจกิติ พรรคประชาชนได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้ชื่องาน ‘เติมกรุงเทพฯ ให้เต็ม 10’ เพื่อรณรงค์หาเสียงให้
- ปลุกคนกรุงกากบาทเปลี่ยนประเทศ เริ่มนำร่องจากสนาม กทม.
- สส. ต้องประสาน ส.ก. ปลดล็อกงบ กทม. มาพัฒนาเป็นทิศเดียวกัน
- ขอโอกาสปฏิรูปโครงสร้าง แก้วิกฤตประเทศเริ่มที่เมืองหลวง
- แฉกลุ่ม ส.ก. พฤติกรรม ‘อิสระ’ จากประชาชน แต่แนบแน่นผู้รับเหมา
Summary
ยศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กทม. พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยโดยเน้นย้ำถึงข้อจำกัดของอำนาจ สส. ในการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่ โดยระบุว่าแม้พรรคจะได้ สส. ในพื้นที่ กทม. ถึง 33 เขต แต่ปัญหาเกือบร้อยละ 90 ที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นปัญหาใกล้ตัวที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครโดยตรง ซึ่ง สส. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีอำนาจเบิกจ่ายงบประมาณของ กทม. และไม่สามารถก้าวก่ายการจัดสรรงบประมาณรวมกว่า 120,000 ล้านบาทได้ การสะท้อนปัญหาต่างๆ จึงจำเป็นต้องส่งผ่าน ส.ก. ไปยังผู้บริหาร กทม.
ศุภณัฐระบุว่า หากในพื้นที่ใดมี ส.ก. ที่มีแนวคิดและมองภาพไปในทิศทางเดียวกัน การแก้ไขปัญหาจะดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่หากมองภาพไม่ตรงกัน เสียงสะท้อนจาก สส. ก็อาจไปไม่ถึงผู้ว่าฯ กทม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องมีผู้ว่าฯ และ ส.ก. จากทีมเดียวกันเข้ามาทำงาน เพื่อขับเคลื่อนวาระของเมือง