BBC Thai
คณะทำงานผู้รายงานพิเศษของยูเอ็นจี้รัฐบาลไทยประเด็นอะไรบ้าง กรณีสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำกก-โขง-รวก-สาย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผ่านมากว่า 2 เดือนแล้วที่ไทย จีน เมียนมา และบริษัทเหมืองของจีนต้องส่งคำชี้แจงต่อคณะทำงานผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กรณีข้อกังวลเรื่องผลกระทบจากการทำเหมืองแร่หายาก (rare earth) ในเมียนมาที่ส่งผลต่อลุ่มแม่น้ำกกและอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง แต่ยังไม่ปรากฏคำชี้แจงของแต่ละฝ่ายบนเว็บไซต์สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR)
Key facts
- ผ่านมากว่า 2 เดือนแล้วที่ไทย จีน เมียนมา และบริษัทเหมืองของจีนต้องส่งคำชี้แจงต่อคณะทำงานผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กรณีข้อกังวลเรื่องผลกระทบจากการทำเหมืองแร่หายาก (rare earth)
- ในหนังสือที่คณะทำงานผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติส่งถึงรัฐบาลไทย ระบุว่าทางคณะทำงานได้รับข้อมูลมาว่า ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2567 ชุมชนริมแม่น้ำกกในภาคเหนือของไทยเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงผิดปกติของสีและความขุ่นของน้ำ
- ในเชิงความร่วมมือระหว่างประเทศ ทางการไทยได้หารือกับฝ่ายเมียนมาเมื่อเดือน ส.ค. 2568 และตกลงจัดตั้งคณะทำงานด้านเทคนิคร่วมเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำกก แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แผนปฏิบัติการ หรือกรอบเวลาที่ชัดเจนต่อสาธารณะ
- ข้อมูลที่คณะทำงานสหประชาติได้รับมีอะไรบ้าง
- ผลการตรวจสอบตัวอย่างน้ำในฝั่งไทยโดยกรมควบคุมมลพิษของไทย พบสารโลหะหนักหลายชนิด ได้แก่ สารหนู ตะกั่ว ปรอท และแมงกานีส ในระดับที่เกินมาตรฐานของประเทศ ขณะที่การตรวจสอบตัวอย่างน้ำและตะกอนดินเพิ่มเติมในอีกหลายครั้งของปี 2568
- ข้อมูลที่คณะทำงานผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติได้รับมาชี้ว่ามลพิษดังกล่าวมีต้นทางจากกิจกรรมเหมืองในประเทศเมียนมา รวมถึงพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army-UWSA) ซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2566
Summary
การส่งหนังสือไปยังรัฐบาลประเทศต่าง ๆ รวมถึงบริษัททำเหมืองสัญชาติจีน เริ่มต้นจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายติดตามการลงทุนไทยและความรับผิดชอบข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) ร่วมกับเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ส่งข้อร้องเรียนไปยังสหประชาชาติเมื่อกลางปี 2568 หลังพบว่าการทำงานของรัฐบาลไทยไม่คืบหน้าเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องการกดดันให้เจ้าของเหมืองในเมียนมาต้องรับผิดชอบต่อมลพิษที่บริษัทก่อขึ้นและส่งผลกระทบต่อประเทศปลายน้ำ
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญอิสระของสหประชาชาติ 10 คณะ ภายใต้การทำงานร่วมกันระหว่างผู้รายงานพิเศษกับคณะทำงานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนได้ส่ง หนังสือ ถึงรัฐบาลไทย รัฐบาลจีน และคณะผู้นำทหารเมียนมา รวมถึงเอกชนอีกสองแห่ง ได้แก่ บริษัท เซียะเหมิน ทังสเตน คอร์ปอเรชัน (Xiamen Tungsten Corporation) และบริษัทชีเฟิง โกลด์ (Chifeng Gold) หลังจากได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับ "การละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่ร้ายแรง และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเพียงพอ
อย่างไรก็ดี น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกับบีบีซีไทยว่าหน่วยงานของไทยน่าจะอยู่ระหว่างการรวบรวมคำชี้แจงต่าง ๆ ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่ดูแลปัญหานี้ เช่น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่น ๆ แต่ย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และประเทศไทยเป็นประเทศที่กระตือรือร้นต่อปัญหานี้มากที่สุดในเวทีนานาชาติ