Bangkok Today
PDPC จับมือ CIB ขยายผลทลายเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล ย้ำซื้อ-ขายข้อมูลส่วนบุคคลมีความผิดตามกฎหมาย เดินหน้าคุมเข้มตัดวงจรอาชญากรรมไซเบอร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ผนึกกำลัง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ( CIB) ประกาศยกระดับสงครามปราบปรามการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยมี นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในงานแถลงข่าวขยายผลล้างเครือข่ายค้าข้อมูลทั่วประเทศ หลังพบข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้เป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ การหลอกลวงทางการเงิน และการสวมรอยทำธุรกรรม พร้อมขยายผลจับกุม 9 ผู้ต้องหา จาก 11
Key facts
- การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายภายใต้ มาตรา 11/2 แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดความผิดเกี่ยวกับการซื้อ การเสนอซื้อ การขาย การเสนอขาย
- ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่สินค้าและไม่ใช่ทรัพย์สินที่สามารถนำมาซื้อขายได้อย่างเสรี ทุกข้อมูลที่ถูกซื้อขายอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการหลอกลวง สวมรอย หรืออาชญากรรมทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนเป็นวงกว้าง สคส.
- นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ซิมการ์ด สมุดบัญชีธนาคาร บัตร ATM เงินสด รวมถึงทรัพย์สินที่เชื่อว่าใช้ในการกระทำความผิด
- เลขาธิการ สคส. กล่าวว่า จากการสืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบว่ามีการลักลอบซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หลายช่องทาง โดยเฉพาะ LINE และ Telegram
Summary
จากการสืบสวนและขยายผลล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยมี เป้าหมายดำเนินคดีรวม 11 ราย จับกุมแล้ว 9 ราย อยู่ระหว่างติดตามจับกุมอีก 2 ราย พร้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 22 จุด ตรวจพบข้อมูลส่วนบุคคล 9 ล้านรายชื่อ เป็นบัตรประชาชน 477 ราย และข้อมูลรั่วไหล 13,677 เคส คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2,008 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลได้กลายเป็นโครงสร้างสำคัญที่หล่อเลี้ยงอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน
พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง สคส. ผ่านศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ( PDPC Eagle Eye) และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ( CIB) ในการสืบสวน ขยายผล และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองจากการจับกุมเครือข่ายลักลอบซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งในครั้งนั้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด และตรวจพบข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนรั่วไหลกว่า
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ซิมการ์ด สมุดบัญชีธนาคาร บัตร ATM เงินสด รวมถึงทรัพย์สินที่เชื่อว่าใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งข้อมูลและพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในการขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และเชื่อมโยงไปยังคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอื่น ๆ ต่อไป