← Back to KHAO

คุยกับเศรษฐา : เศรษฐกิจหม่อนไหม ถักทออนาคตด้วยนวัตกรรม

6 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

นวัตกรรมเปลี่ยนโลก พลังวิจัยสร้างสรรค์เศรษฐกิจ

ชื่อของนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” ในภาษาอังกฤษที่ใช้วลีว่า From Tradition to Modernity วลีนี้ทำให้เรามองผ้าไทยต่างออกไปจากเดิมว่า นี่ไม่ใช่แค่มรดกที่มีไว้เพียงเพื่ออนุรักษ์ แต่มีชีวิต มีปฏิสัมพันธ์กับโลก พัฒนา เติบโต ต่อยอด เปลี่ยนแปลงไปกับยุคสมัย ไลฟ์สไตล์ และที่สำคัญคือมีนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ

Key facts

Summary

มรดกอันสำคัญยิ่งที่สมเด็จพระพันปีหลวง ได้ทิ้งไว้ให้พวกเราคือกรมหม่อนไหม ซึ่งในปี 2547 ครม.มีมติตั้งสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติ และในปี 2551 ท่านได้พระราชทานชื่อหน่วยงานให้ใหม่ว่า “กรมหม่อนไหม” ตั้งโดยพระราชดำริเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2551

บทความนี้ทำให้เรารู้ว่าการเลี้ยงหม่อนไหมและการทอผ้าไหมของประเทศไทย สัมพันธ์กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาตั้งแต่แรกเริ่ม ในสมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2443 ประเทศที่ส่งออกผ้าไหมมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกคือญี่ปุ่น ประเทศสยามของเราจึงต้องการพัฒนาผ้าไหมพื้นเมืองให้มีคุณภาพในระดับที่ส่งออกได้บ้าง ปี 2444 จึงได้ว่าจ้าง ดร.โทยามา คาเมทาโร (Toyama Kametaro) จากมหาวิทยาลัยโตเกียว มาสำรวจการทอผ้าไหมของคนไทย ซึ่งหลังจากลงพื้นที่เก็บข้อมูลแล้ว

“จะทำการครั้งนี้ อย่าให้เป็นที่ขายหน้ายี่ปุ่นได้ ข้อที่สำคัญนั้นอยู่ที่ตัวผู้ที่จะดูการให้เปนคนทำงานจริง ถ้าเปนแต่เคร่า ๆ อย่างทำราชการ คงจะไม่เปนประโยชน์อันใดได้ ให้หาคนที่ดี ถึงจะเสียเงินเดือนมากน้อยก็ตามเถิด ยังต่อไปจะต้องให้เข้าใจวิธีเก็บใบหม่อนแลรักษาต้นหม่อน น่าจะต้องถึงให้ไปเรียนดูวิธีที่ยี่ปุ่นเขาทำให้เข้าใจชัดเจนด้วย ตัวเจ้าจะต้องไปมาตรวจตราเนือง ๆ ในเวลาแรกปลูกซึ่งยังทิ้งไม่ได้ ถ้าเปนต้นใหญ่เสียแล้ว การตรวจตราก็คงเบาแรง จะทำการครั้งนี้อย่าให้เปนที่ขายหน้ายี่ปุ่นได้

Read full article at Prachachat →