The Standard
กล้าธรรม จี้ สุชาติ เปิดข้อมูล 552 คดีรุกป่าทับลาน ความจริงจะบอกชาวบ้าน หรือนายทุน ได้ประโยชน์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (25 มิถุนายน) ชยานันท์ เกตุเมฆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู เขต 1 พรรคกล้าธรรม ในฐานะวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานว่า สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะชี้แจงเพียงว่าเป็นการคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนผู้ยากไร้ และยืนยันด้วยวาจาว่าไม่เอื้อนายทุนไม่ได้ เพราะสิ่งที่สังคมต้องการเห็นไม่ใช่คำรับรองจากรัฐมนตรี แต่คือแผนที่ รายชื่อผู้ครอบครอง และสถานะคดีทุกแปลงอย่างเปิดเผย
Key facts
- วันนี้ (25 มิถุนายน) ชยานันท์ เกตุเมฆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู เขต 1 พรรคกล้าธรรม ในฐานะวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานว่า สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ชยานันท์กล่าวว่า ข้อมูลการบุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลานมีมากถึง 552 คดี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 12,000 ไร่ และมีสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 2,300 รายการ หลายคดีเกี่ยวข้องกับรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ และการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
- ชยานันท์เรียกร้องให้นายสุชาติเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะทันที ได้แก่ บัญชีคดีทั้ง 552 คดี พิกัดของแต่ละแปลง สถานะล่าสุดของคดี รายชื่อผู้ครอบครองในรูปแบบที่กฎหมายอนุญาต ประเภทการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ตลอดจนแผนที่ซ้อนทับกับแนวเขตที่เสนอปรับปรุง
- พร้อมกันนี้ ต้องเปิดเผยหลักเกณฑ์ตรวจสอบผู้กล่าวอ้างสิทธิกว่า 5,200 รายภายในกรอบเวลาหกเดือน ว่าจะป้องกันการซื้อขายเปลี่ยนมือ การใช้ตัวแทนถือครอง การสวมสิทธิ และการนำชื่อชาวบ้านมาเป็นฉากบังหน้าให้กลุ่มทุนได้อย่างไร
Summary
“คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงรัฐบาลจะตัดพื้นที่ออกกี่ไร่ แต่คือในพื้นที่ที่จะเปลี่ยนสถานะนั้น มีคดีบุกรุกอยู่กี่คดี เป็นของชาวบ้านผู้ยากไร้กี่ราย เป็นรีสอร์ต บ้านพักหรู หรือนายทุนกี่ราย และเมื่อรัฐบาลเปลี่ยนเส้นเขต เปลี่ยนหน่วยงานผู้ดูแล หรือส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก. ฐานทางกฎหมายของแต่ละคดีจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่” ชยานันท์กล่าว
ชยานันท์กล่าวว่า ข้อมูลการบุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลานมีมากถึง 552 คดี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 12,000 ไร่ และมีสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 2,300 รายการ หลายคดีเกี่ยวข้องกับรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ และการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยมีทั้งคดีที่ศาลพิพากษาลงโทษแล้ว คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และคดีที่ยังค้างอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนหรืออัยการ
ชยานันท์กล่าวต่อว่า แม้รัฐมนตรีจะยืนยันว่าคดีเดิมยังดำเนินต่อไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยบัญชีคดีรายแปลง ไม่มีแผนที่ซ้อนทับระหว่างพื้นที่คดีกับแนวเขตใหม่ และไม่มีความเห็นทางกฎหมายจากสำนักงานอัยการสูงสุดหรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามายืนยันต่อสาธารณะว่า การปรับแนวเขตจะไม่กระทบต่อการสู้คดี การรื้อถอน หรือการเรียกค่าเสียหายจากผู้บุกรุก