Bangkok Today
“สำนักงาน กสทช.” จับมือ “สพฉ.” ทำ MOU ยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กล่าวว่า
Key facts
- หนึ่งในภารกิจหลักของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ในการกำกับดูแลกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม คือการสนับสนุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานและบริการเพื่อสังคม
- ประธาน กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้หารือร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกันภายใต้โครงการยกระดับการให้บริการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน
- เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ตรงใจผมตั้งแต่แรกตั้งแต่มาเป็นประธาน กสทช. คือการกำหนดกรอบนโยบายโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาระบบการแพทย์พื้นฐาน
Summary
ประธาน กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้หารือร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกันภายใต้โครงการยกระดับการให้บริการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน เพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบโครงการดังกล่าว โดยใช้งบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในกรอบวงเงิน 250 ล้านบาท
หนึ่งในภารกิจหลักของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ในการกำกับดูแลกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม คือการสนับสนุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานและบริการเพื่อสังคม ซึ่งครอบคลุมได้ถึงการให้บริการสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล ที่สามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศ และโครงข่ายอินเทอร์เน็ต มาใช้เป็นตัวกลางช่วยเหลือทางการแพทย์ให้คนทั่วไปเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้รวดเร็วขึ้น และมีโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น
จากข้อมูล สพฉ. รายงานว่า ปัจจุบันมีคนไทยเสียชีวิตนอกโรงพยาบาลประมาณ 84,000 คนต่อปี เนื่องจากเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินได้ไม่ทันเวลา ขณะที่ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า หากการแจ้งเหตุและการช่วยเหลือล่าช้าเพียง 1 นาที อัตราการรอดชีวิตจะลดลงถึง 10% นอกจากนี้ยังมีตำบลอีกกว่า 46% ที่ยังขาดแคลนระบบกู้ชีพที่ครอบคลุมเพียงพอ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ในการนำโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน