Post Today
ค้าปลีก-SME จี้รัฐเลิกอุ้มร้านนอกระบบ แฉ "ไทยช่วยไทยพลัส" ทำเหลื่อมล้ำ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ไทยช่วยไทยพลัส” เดินมาถูกทาง แต่ถึงเวลาต้องเลือกข้าง ค้าปลีก-เอสเอ็มอีจี้รัฐเลิกอุ้มเศรษฐกิจนอกระบบ ก่อนธุรกิจในระบบถอดใจทั้งประเทศ
Key facts
- ตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์ 25.51 ล้านคน เงินสะพัด 38,243 ล้านบาท อาจฟังดูเป็นความสำเร็จของ “ไทยช่วยไทยพลัส”
- ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ระบุว่ามีผู้ได้รับสิทธิ์ 26.04 ล้านคน ใช้สิทธิ์จริงแล้ว 25.51 ล้านคน เกิดมูลค่าใช้จ่ายสะสม 38,243 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินรัฐร่วมจ่าย 22,047 ล้านบาท และประชาชนสมทบ 16,196
- สศช. คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวเพียง 1.5-2.5% ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่ากำลังซื้อครัวเรือนฟื้นตัวไม่เท่าเทียมกันจากภาระหนี้และค่าครองชีพที่ยังสูง สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ทุกบาทของงบกระตุ้นเศรษฐกิจมีความหมายมากกว่าที่เคย
- ตัวเลขเหล่านี้คือสิ่งที่รัฐบาลใช้ยืนยันความสำเร็จของโครงการ แต่คำถามที่ภาคธุรกิจค้าปลีกและเอสเอ็มอีตั้งกลับมาคือ “1.06 ล้านร้านนั้น มีกี่ร้านที่อยู่ในระบบภาษีจริง และเม็ดเงินที่หมุนไปแล้วเกือบ 4 หมื่นล้านบาท
- ที่น่าตกใจกว่านั้นคือสถานะการเงินของ SME ไทยกำลังย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ สัดส่วนกิจการ SME ที่มีความเสี่ยงเป็นหนี้ NPL พุ่งจาก 18% ในปลายปี 2568 เป็น 22% ในไตรมาสแรกของปี 2569 นั้นคือ SME เกือบ 1 ใน 4 กำลังยืนอยู่บนปากเหว
- ตัวเลขที่รัฐบาลห้ามมองข้าม: 3.23 ล้านราย 70.4% ของการจ้างงานทั้งประเทศ
Summary
ตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์ 25.51 ล้านคน เงินสะพัด 38,243 ล้านบาท อาจฟังดูเป็นความสำเร็จของ “ไทยช่วยไทยพลัส” แต่เบื้องหลังตัวเลขสวยหรูนี้ ภาคธุรกิจค้าปลีกและเอสเอ็มอีไทยกำลังส่งสัญญาณเตือนตรงไปยังรัฐบาลว่า ถ้ายังไม่รีบอุดช่องโหว่เชิงโครงสร้าง มาตรการที่ตั้งใจ “ช่วยคนไทย” อาจกลายเป็นตัวเร่งที่ผลักให้ผประกอบการที่ทำถูกกฎหมายถอนตัวออกจากระบบภาษีมากขนเรื่อย ๆ
ตัวเลขที่รัฐบาลภูมิใจ vs. คำถามที่ภาคธุรกิจไม่ยอมปล่อยผ่าน
นายแสงชัย ระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม “หากธุรกิจที่ดำเนินการอย่างถูกต้องไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐอย่างเหมาะสม อาจลดแรงจูงใจในการเข้าสู่ระบบในอนาคต” — นี่คือสัญญาณว่าฐานภาษีของประเทศกำลังเสี่ยงหดตัวระยะยาว