Post Today
'ระบอบสีน้ำเงิน' กินรวบอำนาจ จี้ สอบนักการเมืองในเครือ ก่อน โยนท้องถิ่นคดีโกงสอบ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
‘ณัฐพงษ์’ ซัด ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ กินรวบอำนาจรัฐ จี้นายกฯ สอบนักการเมืองในเครือข่าย ก่อนโยนบาปให้ท้องถิ่นคดีโกงสอบบรรจุ ชวนร่วมลงชื่อ ดัน สสร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
Key facts
- 24 มิ.ย. 2569 ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน โดยช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ ณัฐพงษ์ระบุว่า
- ณัฐพงษ์ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์และความคืบหน้าในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยระบุว่า ตอนนี้เครือข่ายภาคประชาสังคม ConForAll กำลังเปิดลงชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตอนนี้ต้องการอย่างน้อย 50,000 รายชื่อ
- หัวหน้าพรรคประชาชนยกตัวอย่างการแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้ว่าฯ และข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ต ประชาชนในจังหวัดก็มีการตั้งคำถามว่าข้อหาคืออะไร เป็นการใช้อำนาจจากส่วนกลางย้ายเพื่อเอาเครือข่ายของตัวเองไปแทนที่หรือไม่
- อย่าลืมว่าที่มีการทุจริตสอบท้องถิ่น หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพจัดสอบก็คือส่วนกลาง ก็คือกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นเรื่องนี้ท้องถิ่นกำลังจะกลายเป็นแพะรับบาป เมื่อนายกฯ ออกมาเทคแอคชั่นจริงจังกับเรื่องนี้เอง ผมก็อยากให้นายกฯ
Summary
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ได้รับข้อร้องเรียนมาจากหลายทาง เช่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นบอกว่า การระงับการบรรจุคนที่เคยสอบไปแล้วเฉพาะคนที่มีข้อเห็นแย้งไม่ได้มีปัญหาเลย แต่การระงับทั้งหมดทำให้หลายคนได้รับความเดือดร้อน คนบริสุทธิ์อีกจำนวนมากที่เข้าสอบปกติ ไม่ได้ทุจริตการสอบ กลับต้องรับผลกระทบหมด รวมถึงตัวท้องถิ่นด้วยเช่นกัน
24 มิ.ย. 2569 ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน โดยช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ ณัฐพงษ์ระบุว่า จากหลายเหตุการณ์ในหน้าข่าวปัจจุบัน เป็นที่อดสงสัยไม่ได้ว่าภายใต้รัฐบาลชุดนี้ การที่ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ พยายามกินรวบอำนาจรัฐและอำนาจทางเศรษฐกิจไว้อยู่กับเครือข่ายของตัวเอง กำลังเป็นเรื่องจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
ณัฐพงษ์ย้ำว่า หากมีฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้องด้วย ก็อยากให้นายกรัฐมนตรีขึงขังจริงจังแบบเดียวกับที่ดำเนินการกับฝั่งข้าราชการประจำ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอกระบวนการยุติธรรมใด หรือการเข้ากระบวนการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือกระบวนการอื่นซึ่งใช้เวลาอีกหลายปี การใช้กลไกการกำกับดูแลภายในพรรคก็จัดการได้แล้ว