← Back to KHAO

เอสเอ็มอี แนะรัฐควรสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

เอสเอ็มอี แนะรัฐควรสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ

มาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของรัฐบาลยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี โดยข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ระบุว่า มีผู้ได้รับสิทธิ์แล้ว 26.04 ล้านคน มีผู้ใช้สิทธิ์จริงกว่า 25.51 ล้านคน และสร้างมูลค่าการใช้จ่ายสะสมรวม 38,243 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่รัฐร่วมจ่าย 22,047 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่ายอีก 16,196 ล้านบาท ขณะที่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.06 ล้านร้านทั่วประเทศ

Key facts

Summary

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จของมาตรการในการช่วยบรรเทาค่าครองชีพ กระตุ้นกำลังซื้อ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานรากในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจค้าปลีกและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเห็นตรงกันว่า รัฐบาลควรใช้โอกาสจากมาตรการดังกล่าวต่อยอดสู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการลดช่องว่างระหว่างธุรกิจในระบบและนอกระบบ เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวเพียง 1.5-2.5% ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังประเมินว่ากำลังซื้อของครัวเรือนฟื้นตัวไม่เท่าเทียมกันจากภาระหนี้และต้นทุนค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังมีบทบาทสำคัญต่อการประคับประคองเศรษฐกิจในระยะสั้น

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ภาคธุรกิจค้าปลีกเห็นด้วยกับเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการบรรเทาภาระค่าครองชีพ กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และช่วยประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงที่กำลังซื้อของประชาชนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

Read full article at Komchadluek →