Komchadluek
"นฤชา" อธิบดีปกครอง ยืนยัน ไม่เกี่ยวข้อง ปมโกงสอบท้องถิ่น
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
24 มิ.ย. 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ออกแถลงการณ์ชี้แจง กรณีถูกพาดพิงเกี่ยวกับการทุจริตสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 โดยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบดังกล่าว และขออย่าใช้ข้อมูลคลาดเคลื่อน จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง
Key facts
- พร้อมชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2567 ได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณากำหนด TOR การจัดสอบเพิ่มเติม โดยเชิญหน่วยงานที่ร่วมลงนาม MOU เข้าร่วมให้ความเห็น เพื่อให้การสอบเป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส และปราศจากการทุจริต ก่อนที่ สถ.
- นายนฤชา ยังระบุว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นผู้ชนะการประกวดราคา หลังผ่านกระบวนการอุทธรณ์ตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง โดยกรมบัญชีกลางมีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 ให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างต่อได้
- นายนฤชา ระบุว่า การสอบครั้งนี้ดำเนินการโดยคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ภายใต้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นกำหนด พร้อมมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สถ., ป.ป.ช., ป.ป.ท.,
- การจัดสอบแข่งขันและการประกาศผลสอบเกิดขึ้นในยุคผู้บริหารคนอื่น หลังจากผมพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบแต่อย่างใด"
Summary
อย่างไรก็ตาม นายนฤชา ยืนยันว่า บทบาทของตนมีเพียงการลงนามในประกาศผู้ชนะการเสนอราคาในฐานะหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น และได้พ้นจากตำแหน่งอธิบดี สถ. ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. 2568 ก่อนที่กระบวนการจัดจ้างจะแล้วเสร็จ รวมถึงก่อนมีการลงนามสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568 และก่อนเริ่มดำเนินการจัดสอบแข่งขัน
นายนฤชา ระบุว่า การสอบครั้งนี้ดำเนินการโดยคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ภายใต้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นกำหนด พร้อมมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สถ., ป.ป.ช., ป.ป.ท., บก.ปปป. และ กสถ. เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบแข่งขัน
พร้อมกันนี้ นายนฤชา ยังระบุว่า หากมีการกล่าวหาหรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ จนก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง จะใช้สิทธิดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป