Microsoft · Google · Krungthep Turakij
ฟังมุมมองเอกชนผู้ชนะ ‘TH-AI Passport’ เคลียร์ทุกข้อครหา-พร้อมแบกความเสี่ยงขาดทุน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
น.ส.พาขวัญ วงศ์พลทวี กรรมการ บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด หรือ เอชไอ หนึ่งในกิจการร่วมค้าทีเอชผู้ชนะโครงการ 'TH-AI Passport' มูลค่า 1,621 ล้านบาท เปิดเผยถึงมุมเอกชน ในฐานะคู่สัญญาโครงการดังกล่าว ท่ามกลางแรงกดดันเรื่องงบประมาณ ความคุ้มค่า และข้อสงสัยด้านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
Key facts
- น.ส.พาขวัญ เล่าว่า ก่อนเข้ามาทำงานกับเอชไอ เธอเคยทำงานที่ PlanB ในตำแหน่ง Chief Business Development Officer ดูแลการขยายธุรกิจ และการพัฒนาโครงการ ก่อนลาออกมาตั้งแต่ต้นปี 2568 และเข้ามารับบทบาทกรรมการของเอชไอเพื่อผลักดันธุรกิจด้านการศึกษา
- น.ส.พาขวัญ อธิบายว่า หลังเกิดกระแสสังคม และที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีเวทีการรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา ประเด็นความคุ้มค่าถูกหยิบขึ้นมาหารืออย่างจริงจัง
- ท่ามกลางแรงกดดันเรื่องงบประมาณ ความคุ้มค่า และข้อสงสัยด้านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
- ปัจจุบันเอชไอมีพนักงานเกือบ 200 คน ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ มีทั้งผู้ที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และมีประสบการณ์จากบริษัทระดับโลก เช่น BCG และ PwC โดยบริษัทตั้งเป้าพัฒนาแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา องค์กร และการยกระดับทักษะด้วย AI
Summary
โดยยืนยันว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับหน่วยงานรัฐ คณะกรรมการตรวจรับเพื่อปรับรูปแบบการชำระเงินเป็น Pay per monthly active user หรือจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริงรายเดือน แทนการจ่ายแบบเหมารวม เพื่อให้โครงการตอบโจทย์ทั้งฝ่ายรัฐ ประชาชน และเอกชนผู้ลงทุน
อย่างไรก็ตาม น.ส.พาขวัญ ยอมรับว่า รูปแบบจ่ายตามผู้ใช้งานจริงทำให้บริษัทมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากจำนวนผู้ใช้งานไม่ถึงเป้าหมาย โครงการอาจมีโอกาสขาดทุนได้ บริษัทจึงต้องประเมินหลายสถานการณ์ ทั้งกรณีดีที่สุด กรณีฐาน และกรณีเลวร้ายที่สุด พร้อมทำแผนบริหารความเสี่ยงรองรับ แต่ยังเชื่อมั่นว่าแพลตฟอร์มมีคุณภาพเพียงพอที่จะดึงผู้ใช้งานได้ตามเป้าหมาย
“เสี่ยงก็ต้องยอม แต่มั่นใจว่าจะถึงเป้าหมาย” น.ส.พาขวัญ ระบุ พร้อมย้ำว่า หากการเจรจาเรื่องรูปแบบการชำระเงินลงตัว โครงการไม่น่าจะไปถึงขั้นยกเลิกสัญญา เพราะเอกชนเองก็ต้องการเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้แพลตฟอร์มจริง ส่วนรัฐจะเดินหน้าหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานเจ้าของโครงการ